Skip to content
Home » PR News » XTransfer เข้าร่วมงาน Forum Ekonomi Malaysia 2026ประกาศแผนผลักดันมาเลเซียสู่ศูนย์กลางด้านกำกับดูแลระดับภูมิภาค

XTransfer เข้าร่วมงาน Forum Ekonomi Malaysia 2026ประกาศแผนผลักดันมาเลเซียสู่ศูนย์กลางด้านกำกับดูแลระดับภูมิภาค

MAY PR 2026 02 05 102611 XTransfer เข้าร่วมงาน Forum Ekonomi Malaysia 2026ประกาศแผนผลักดันมาเลเซียสู่ศูนย์กลางด้านกำกับดูแลระดับภูมิภาค

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย – Media OutReach Newswire – 12 กุมภาพันธ์ 2569 – XTransfer แพลตฟอร์มชำระเงินสำหรับการค้าข้ามพรมแดนแบบ B2B ชั้นนำของโลก ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงาน Malaysia Economic Forum (Forum Ekonomi Malaysia 2026) โดยภายในงาน Bill Deng ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ XTransfer ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อเสวนา “Made by Malaysia: Accelerating Technology Applications & Innovation” โดยนำเสนอแนวทางที่มาเลเซียสามารถเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้ขยายการส่งออกได้อย่างมีศักยภาพ ภายใต้กรอบแผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 13 (13MP)

MAY PR 2026 02 05 102611 XTransfer เข้าร่วมงาน Forum Ekonomi Malaysia 2026ประกาศแผนผลักดันมาเลเซียสู่ศูนย์กลางด้านกำกับดูแลระดับภูมิภาค

Bill Deng (ที่สองจากขวา) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ XTransfer ร่วมเป็นวิทยากรในงาน Forum Ekonomi Malaysia 2026

Bill Deng เผยว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเสวนากับ YB Liew Chin Tong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย และOoi Ching Liang ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมจาก SkyeChip การเสวนาครั้งนี้เน้นไปที่การเสริมสร้างอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มสูง การผลักดันการนำผลงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ตลอดจนการยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกได้

จากประสบการณ์ของ XTransfer ที่ทำงานร่วมกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในหลากหลายตลาด Bill Deng ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจจำนวนมากในมาเลเซีย “มีศักยภาพในการส่งออก” อยู่แล้ว แต่ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถขยายการส่งออกได้เต็มที่ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือความน่าเชื่อถือ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และข้อจำกัดด้านขนาดการดำเนินงาน ซึ่งมักสะท้อนออกมาในรูปของความล่าช้าในการชำระเงิน การขอเอกสารซ้ำซ้อน ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และแรงกดดันด้านเงินทุนหมุนเวียนเมื่อคำสั่งซื้อเพิ่มสูงขึ้น

Bill Deng กล่าวว่า “สำหรับผู้ประกอบการ SME แบบ B2B ที่ทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องอุปสงค์ของตลาด แต่เป็นความซับซ้อนของกระบวนการดำเนินงานเบื้องหลังของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารอัตราแลกเปลี่ยน และการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยเฉพาะข้อกำหนดการตรวจสอบเพื่อป้องกันการฟอกเงิน (AML) ซึ่งมักสร้างความยากลำบากทั้งต่อธนาคารแบบดั้งเดิมและผู้ประกอบการ SME ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความติดขัดในกระบวนการ และทำให้การค้าถูกต้องตามกฎหมายดำเนินไปได้ช้าลง”

เขายังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของกระแสการค้าโลก จากเดิมที่พึ่งพาเส้นทางการค้าหลักเพียงไม่กี่ช่องทาง ไปสู่เส้นทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น การค้าที่ไม่ผ่านสหรัฐฯ การค้าภายในเอเชีย และการค้าในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (South–South) ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนชัดเจนมากขึ้นจากรูปแบบธุรกรรมจริงของผู้ประกอบการ SME โดย Bill Dengเปิดเผยว่า “ในปี 2568 ยอดเรียกเก็บเงินเฉลี่ยของ XTransfer จากภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา เติบโตขึ้นถึง 106% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแอฟริกาเติบโตเกิน 270% ลาตินอเมริกาขยาย 94% และอาเซียนแตะที่ 82%” ด้าน YB Liew รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย ระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวเป็นทิศทางสำคัญที่มาเลเซียควรให้ความสำคัญและควรเดินหน้าผลักดันต่อไป

XTransfer ยังเผยถึงแผนผลักดันให้มาเลเซียเป็นศูนย์กลางด้านการกำกับดูแลระดับภูมิภาคของบริษัท โดยอ้างถึงความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและเขตเวลา โครงสร้างกฎระเบียบที่มีความพร้อม บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง ตลอดจนต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “มาเลเซียมีพร้อมทั้งบุคลากรคุณภาพ สภาพแวดล้อมด้านธรรมาภิบาล และความใกล้ชิดกับตลาดในภูมิภาค ซึ่งเอื้อต่อการขยายขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลของเรา ในช่วงเวลาที่การค้าภายในเอเชียและตลาดเกิดใหม่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”