ในโลกที่คอนเทนต์วิดีโอและภาพถ่ายขับเคลื่อนทุกสิ่ง ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การสร้างสรรค์ง่ายขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ล่าสุด VideoProc Converter AI ได้เปิดตัวการอัปเดตครั้งใหญ่ เน้นย้ำการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับขีดความสามารถในการจัดการและปรับปรุงไฟล์มีเดียต่างๆ ให้เหนือชั้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ ภาพ เสียง หรือแม้กระทั่ง DVD พร้อมทั้งยังมีการจัดแคมเปญพิเศษให้ผู้ใช้งานได้ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่.
VideoProc Converter AI กับขีดความสามารถที่เหนือกว่าด้วย AI
VideoProc Converter AI ได้รวมเอาชุดฟีเจอร์ AI ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ซับซ้อนให้ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับปรุงคุณภาพไฟล์มีเดียที่เคยเป็นปัญหา ให้กลับมาดูดีมีคุณภาพได้อีกครั้ง โดยมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้:
- AI Super Resolution (AI เพิ่มความละเอียด):
- ยกระดับวิดีโอ: สามารถเพิ่มความละเอียดวิดีโอได้สูงสุดถึง 4 เท่า เช่น จาก 480p หรือ 720p ให้กลายเป็น 1080p หรือ 4K พร้อมลด Noise, ลดความเบลอ, คืนรายละเอียดที่ขาดหายไป และเพิ่มความคมชัดของภาพ
- ปรับปรุงภาพถ่าย: แก้ไขภาพที่เบลอหรือเป็นพิกเซลให้คมชัดขึ้น และเพิ่มความละเอียดภาพ รองรับการประมวลผลพร้อมกันกว่า 3,000 รูปในครั้งเดียว
- Face Restoration (AI ฟื้นฟูใบหน้า): กู้คืนรายละเอียดใบหน้าในภาพเก่าหรือภาพที่มีใบหน้าเบลอ พิกเซลแตก หรือซีดจาง ให้กลับมาชัดเจนและเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดวงตา ผิว ผม หรือพื้นผิวใบหน้า
- AI Colorization (AI แต่งสี): เพิ่มสีสันที่สมจริงให้กับภาพถ่ายขาวดำได้อย่างง่ายดาย เพียงคลิกเดียว
- Deinterlacing (การลบเส้นสแกน): ปรับปรุงวิดีโอเก่าที่บันทึกแบบ Interlaced ซึ่งมักพบในฟุตเทจจากแหล่งเก็บเก่าๆ ช่วยปรับปรุงวิดีโอในสภาพแสงน้อย และทำความสะอาดฉากที่มีการเคลื่อนไหวสูง
- AI Frame Interpolation (AI เพิ่มเฟรม): เพิ่มเฟรมพิเศษเพื่อทำให้วิดีโอมีความนุ่มนวลไหลลื่นขึ้น และสามารถปรับปรุงวิดีโอให้รองรับสูงสุดถึง 480fps สำหรับทำ Slow Motion ได้อย่างยอดเยี่ยม
- Video Stabilization (ระบบกันสั่น): ลดการสั่นไหวของกล้องในวิดีโอที่บันทึกมา
- Audio AI (AI ปรับแต่งเสียง): รวมถึงฟังก์ชัน Noise Suppression สำหรับลดเสียงรบกวนรอบข้างในไฟล์เสียงและวิดีโอ, การแก้ไขสี, การลบความบิดเบี้ยวแบบ Fisheye จากกล้อง Action Cam และการบีบอัดขนาดไฟล์โดยยังคงคุณภาพไว้
ฟีเจอร์พื้นฐานครบครัน และการรองรับฮาร์ดแวร์
นอกจากฟีเจอร์ AI ที่โดดเด่นแล้ว VideoProc Converter AI ยังมาพร้อมเครื่องมือพื้นฐานที่คาดหวังได้จากซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นการตัด (trimming), การครอบตัด (cropping), การปรับความเร็วในการเล่น, การใส่ลายน้ำ, การแก้ไขการซิงค์เสียง และการเพิ่มฟิลเตอร์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือสำหรับการดาวน์โหลดวิดีโอจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, การสำรองข้อมูล DVD, การบันทึกหน้าจอ iPhone, การบันทึกจากเว็บแคม และการบันทึก Green Screen
Digiarty ผู้พัฒนา ได้ปรับแต่ง VideoProc Converter AI ให้เหมาะสำหรับผู้ใช้งาน Mac โดยเฉพาะ รองรับการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์สำหรับชิป Apple Silicon, ชิป Intel รวมถึง GPU ของ NVIDIA และ AMD เครื่องมือแปลงวิดีโอใช้การเร่งความเร็ว GPU เพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้ารหัสและถอดรหัส โดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพของผลลัพธ์ ซอฟต์แวร์นี้รองรับ Codec และ Format มากกว่า 320 รูปแบบ และสามารถทำงานกับฟุตเทจจากโดรน, กล้อง GoPro, รูปแบบ Log ระดับมืออาชีพ, วิดีโอ 3D และวิดีโอ VR
ข้อเสนอพิเศษและแคมเปญลุ้นรางวัลใหญ่
สำหรับผู้ที่สนใจ VideoProc Converter AI มีรุ่นทดลองให้ใช้ฟรี และใบอนุญาตแบบ Lifetime ปกติราคา $54.95 แต่มีส่วนลดพิเศษเหลือเพียง $39.95 เท่านั้น ซึ่งใบอนุญาตแบบ Lifetime นี้จะมาพร้อมกับเครื่องมือ VideoProc แบบเต็มรูปแบบ รวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับถ่ายโอนมีเดียระหว่าง Mac และ iPhone และซอฟต์แวร์ Vlog สำหรับตัดต่อวิดีโอเพื่อโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังจะได้รับการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง
และที่พิเศษไปกว่านั้น Digiarty ยังได้จัดแคมเปญจับรางวัลให้ผู้อ่าน MacRumors หนึ่งท่าน ได้ลุ้นรับ iPhone 17 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกับใบอนุญาต VideoProc Lifetime License มูลค่ารวมที่น่าสนใจ โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม และสิ้นสุดในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้
สรุปและมุมมองจากบรรณาธิการ
ในฐานะบรรณาธิการ ผมมองว่าการที่ VideoProc Converter AI พัฒนาฟีเจอร์ AI อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมขนาดนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้การสร้างสรรค์คอนเทนต์เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่ต้องการปรับปรุงวิดีโอส่วนตัว หรือมืออาชีพที่ต้องการเครื่องมือช่วยลดภาระงานหนักๆ ฟีเจอร์ AI อย่าง Super Resolution หรือ Face Restoration นั้นมีประโยชน์อย่างมหาศาลในการกอบกู้และยกระดับคุณภาพไฟล์เก่าๆ หรือไฟล์ที่บันทึกมาไม่สมบูรณ์ การรองรับฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายและการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ สม่ำเสมอก็เป็นอีกจุดแข็งที่ทำให้โปรแกรมนี้โดดเด่น และการมีแคมเปญแจก iPhone 17 ก็เป็นแรงจูงใจที่น่าสนใจ ที่ทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ๆ ของทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ไปพร้อมกัน.
ที่มา: macrumors.com