Apple ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน iOS 27 ด้วยการยกเครื่อง Siri ใหม่ทั้งหมดให้กลายเป็น Siri AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ชาญฉลาดและมีความสามารถรอบด้านกว่าเดิมมาก จากที่เคยเปิดตัวฟีเจอร์บางส่วนใน WWDC 2024 ตอนนี้ Siri AI ได้รับการพัฒนาจนพร้อมแข่งขันกับแชตบอตชั้นนำอย่าง Claude และ ChatGPT โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้งานในเวอร์ชันเบต้าของ iOS 27 และทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์เต็มรูปแบบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
Siri AI ฉลาดขึ้นอย่างไร: ความเข้าใจบริบทส่วนตัวและความรู้รอบด้าน
Siri AI ถูกออกแบบมาให้มีความรู้ความสามารถมากขึ้น และแตกต่างจากแชตบอตทั่วไปตรงที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณจากแอปต่างๆ เช่น Mail, Messages และ Photos ได้อย่างชาญฉลาด Apple ระบุว่า Siri มีความสามารถในการทำความเข้าใจและให้เหตุผลที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงหลัก 4 ด้านสำคัญที่พลิกโฉมการทำงานของ Siri โดยรวมเข้าด้วยกันเพื่อให้ Siri ทำอะไรได้มากกว่าเดิมมาก ผู้ใช้สามารถสนทนาโต้ตอบกับ Siri ได้อย่างต่อเนื่อง และสั่งงานหลายอย่างได้ในคำขอเดียว
- การทำความเข้าใจบริบทส่วนบุคคล (Personal Context Understanding): Apple ได้ปรับปรุงดัชนีการค้นหาครั้งใหญ่ ทำให้ Siri สามารถเข้าถึงอีเมล ข้อความ ไฟล์ รูปภาพ บันทึก และอื่นๆ จากทั่วทั้งแอปของคุณได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Siri สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาเหล่านั้นได้ด้วย คุณสามารถขอให้ Siri ค้นหารูปภาพ ดึงข้อมูลจากอีเมลหรือข้อความ หรือค้นหาไฟล์ โดยที่ระบบ Apple Intelligence semantic index จะทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ เช่น “หนังเรื่องอะไรที่น้องชายบอกให้ดูเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว?” “ช่วยหาเส้นทางไปที่นัดกับ Eric พรุ่งนี้หน่อย” หรือ “รูปแพนเค้กปี 2024 อยู่ไหน?”
- ความรู้รอบด้าน (Broad World Knowledge): Siri สามารถค้นหาข้อมูลล่าสุดบนเว็บเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับแชตบอตอื่นๆ Siri สามารถวิเคราะห์เอกสารและดึงข้อมูลจากเว็บเพื่อเพิ่มบริบท ช่วยคิดสูตรอาหาร วางแผนจัดงานปาร์ตี้ ช่วยทำการบ้าน ให้เคล็ดลับการทำสวน หรือช่วยงาน DIY ได้อีกมากมาย เช่น “การแสดงของ Suki Waterhouse ใน SF เมื่อไหร่?” “วางแผนปาร์ตี้วันเกิด ช่วยหาเมนูเค้กอร่อยๆ หน่อย” หรือ “ความแตกต่างระหว่างนกกระจิบกับนกฟินช์คืออะไร?”
- การรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (Onscreen Awareness): Siri รู้ว่ามีอะไรอยู่บนหน้าจอของคุณ และสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งนั้นได้ Siri สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังดูอะไร อ่านข้อความ และวิเคราะห์รูปภาพได้ เช่น สามารถบอกได้ว่ารูปถ่ายนี้ถ่ายที่ไหนหากมีสิ่งที่จดจำได้ และคุณสามารถถามคำถามเกี่ยวกับแอปใดก็ได้ที่คุณกำลังใช้งานอยู่โดยไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดเพิ่มเติม “รูปนี้ถ่ายที่ไหน?” “สรุปเนื้อหานี้ให้หน่อย” หรือ “แปลเมนูนี้ให้หน่อย”
- การดำเนินการในแอป (App Actions): App Actions ช่วยให้ Siri ใช้เครื่องมือในแอปต่างๆ เพื่อทำตามคำขอให้เสร็จสิ้น Siri สามารถใช้งานบางแอปในนามของคุณ รวมถึงแอปของ Apple เองและแอปจากนักพัฒนาภายนอกที่รองรับ App Actions ได้ เช่น “เขียนตอบกลับอีเมลนี้อย่างรวดเร็ว” “ส่งรูปภาพทั้งหมดของวันนี้ให้ Eric” หรือ “เพิ่มนัดประชุมตอนบ่าย 3 วันอังคารกับเพื่อนบ้านลงในปฏิทินของฉัน”
- บริบททั่วทั้งระบบ (Systemwide Context): Siri ทำงานได้ในทุกแอป คุณสามารถเลือกข้อความหรือรูปภาพ จากนั้นถาม Siri เกี่ยวกับสิ่งที่คุณเลือกได้ เช่น หากคุณเห็นรูปภาพใน Safari ที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถกดค้างไว้เพื่อเลือก แล้วถาม Siri ได้ตามต้องการ
อินเทอร์เฟซใหม่และการใช้งาน Siri AI ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
บน iPhone อินเทอร์เฟซ “Search and Ask Siri” แบบใหม่จะเข้ามาแทนที่ตัวเลือก Spotlight Search เดิม และสามารถเรียกใช้งานได้จาก Dynamic Island เพียงแค่ปัดนิ้วลงจากกลางหน้าจอ iPhone คุณก็สามารถเข้าถึง “Search or Ask” ซึ่งสามารถพิมพ์หรือพูดคำถามหรือคำขอไปยัง Siri ได้ เมื่อ Siri กำลังประมวลผล จะมีการแสดงภาพเคลื่อนไหว และฟองคำพูดของ Siri จะขยายออกเป็นการตอบกลับสั้นๆ หากคุณปัดนิ้วลงบนการตอบกลับ จะมีแถบข้อความขึ้นมาให้คุณสามารถให้คำชี้แจงเพิ่มเติมหรือถามคำถามอื่นได้ ปุ่ม “+” ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มรูปภาพหรือเอกสารในการสนทนาได้อีกด้วย
การตอบกลับบางอย่างจะแสดงเป็น “การ์ดข้อมูลเชิงลึก” ที่ดึงมาจากแอปต่างๆ เช่น หากคุณถาม Siri เกี่ยวกับสภาพอากาศ คุณจะเห็นพยากรณ์อากาศปัจจุบัน หรือหากคุณถามเกี่ยวกับกิจกรรมในปฏิทินที่กำลังจะมาถึง คุณจะเห็นรายการเหล่านั้นในรูปแบบเดียวกับแอปปฏิทิน นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าถึง Siri ได้โดยการกดปุ่มด้านข้าง หรือใช้คำสั่งเสียง “Siri” และ “Hey Siri” ได้เช่นเดิม
สำหรับใน iOS 27 ยังมีแอป Siri โดยเฉพาะ ซึ่งคุณสามารถเริ่มการสนทนาใหม่หรือย้อนกลับไปดูการสนทนาที่ผ่านมากับ Siri ได้ แอปนี้มีอินเทอร์เฟซแบบการ์ดพร้อมรายละเอียดการสนทนาล่าสุดของคุณบนอุปกรณ์ทั้งหมด คุณยังสามารถใช้ปุ่มค้นหาเพื่อค้นหาการสนทนา และมีตัวเลือก “ปักหมุด” สำหรับการสนทนาที่คุณเข้าชมบ่อยๆ อีกด้วย
ฟีเจอร์ “Write with Siri” ใน iOS 27 ยังช่วยให้คุณสามารถเขียนด้วย Siri ได้ทุกที่ที่คุณพิมพ์ ด้วยคุณสมบัติการเขียนแบบทั่วทั้งระบบ Siri สามารถร่างเอกสารตั้งแต่ต้น และในแอป Mail และ Messages สามารถใช้สไตล์การเขียนแบบเดียวกับที่คุณใช้ปกติได้ Siri ยังสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเขียนของคุณได้หากคุณเลือกข้อความและถาม Siri ว่าเป็นอย่างไร และขณะที่คุณพิมพ์ในแอป จะมีการตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์โดยอัตโนมัติ Siri ยังสามารถแก้ไขได้ เพียงแค่คุณอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องการทำกับสิ่งที่คุณเขียน เช่น “ทำให้อีเมลนี้ดูเป็นทางการมากขึ้น” หรือ “เปลี่ยนหัวข้อเป็นย่อหน้า”
เบื้องหลังเทคโนโลยี Siri AI, การรองรับอุปกรณ์ และความเป็นส่วนตัว
โมเดล Apple Foundation ที่ใช้สำหรับ Siri AI และฟีเจอร์ Apple Intelligence อื่นๆ ใน iOS 27 เป็นผลมาจากการร่วมมือกันระหว่าง Apple และ Google โดย Apple ได้นำเทคโนโลยีเบื้องหลังโมเดล Gemini AI มาพัฒนาโมเดล Apple Foundation เจเนอเรชันถัดไป โมเดล AI ของ Apple ถูกรวมเข้ากับ iOS และทำงานร่วมกับระบบ Orchestrator ที่สามารถใช้ดัชนี Spotlight และ App Toolbox ได้ ซึ่งดัชนี Spotlight จะดึงข้อมูลจากแอปใดๆ ที่เชื่อมโยงด้วย เช่น Mail, Calendar และ Messages ส่วน App Toolbox จะระบุเครื่องมือในแอปที่อาจเป็นประโยชน์ในการตอบคำขอ
สำหรับด้านเสียง Apple มีโมเดลบนอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับ iPhone 17 Pro และ iPhone Air ซึ่งช่วยให้สามารถปรับแต่งเสียง Siri ได้ Apple กล่าวว่าโมเดลบนอุปกรณ์สามารถเข้าใจและสร้างคำพูด รวมถึงเข้าใจข้อความและรูปภาพได้ คุณสามารถปรับแต่งการแสดงออกและจังหวะเมื่อปรับแต่งเสียงของ Siri โมเดลบนอุปกรณ์ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำสำหรับการป้อนตามคำบอก (dictation) ทั่วทั้งระบบด้วยความเข้าใจภาษาธรรมชาติที่ดีขึ้น
ในด้านความเป็นส่วนตัว คุณสมบัติ Siri ของ Apple ทำงานบนอุปกรณ์และบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์โดยใช้ Private Cloud Compute ข้อมูลจะไม่สามารถเข้าถึงได้โดย Apple หรือบุคคลที่สาม เซิร์ฟเวอร์ Private Cloud Compute ในอดีตเป็นเซิร์ฟเวอร์ของ Apple ทั้งหมดในศูนย์ข้อมูลของ Apple แต่ Apple กำลังขยาย Private Cloud Compute เพื่อรันเวิร์กโหลด Apple Intelligence บน Google Cloud โดยใช้ฮาร์ดแวร์ NVIDIA
Siri AI สามารถใช้งานได้บนหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง iOS 27, iPadOS 27, macOS Golden Gate, visionOS 27 และ watchOS 27 ทำให้คุณสามารถเริ่มคำขอ Siri บนอุปกรณ์หนึ่งและกลับมาดูต่อบนอุปกรณ์อื่นได้ การสนทนาของ Siri จะซิงค์ข้ามอุปกรณ์ และแอป Siri ก็พร้อมใช้งานบนแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ของ Apple นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Siri AI ยังพร้อมใช้งานเมื่อใช้ CarPlay และ AirPods อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม Siri AI ต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence ซึ่งรวมถึง iPhone 15 Pro และรุ่นที่ใหม่กว่า โดย Siri AI จะไม่พร้อมใช้งานในสหภาพยุโรป (สำหรับ iPhone หรือ iPad) และในประเทศจีน ณ วันที่เปิดตัว แต่จะพร้อมใช้งานบน Mac ในสหภาพยุโรป ในช่วงแรก Siri AI จะรองรับภาษาอังกฤษ (ออสเตรเลีย แคนาดา ไอร์แลนด์ อินเดีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา) และจะขยายไปยังภาษาอื่นๆ ในอนาคต
Siri AI ก้าวใหญ่ที่ผู้ใช้ Apple ต้องจับตา
เรามองว่าการยกระดับ Siri ให้เป็น Siri AI ครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ Apple ในการแข่งขันด้าน AI โดยเฉพาะการผสานความสามารถด้าน AI เข้ากับข้อมูลส่วนตัวบนอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้อย่างลึกซึ้งและปลอดภัย ถือเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่ง ฟีเจอร์ “Personal Context Understanding” และ “Write with Siri” จะเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานและชีวิตประจำวันได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านรุ่นอุปกรณ์ที่รองรับและภาษาที่ยังจำกัดในช่วงแรก อาจทำให้ผู้ใช้งานบางส่วนต้องรอกันไปอีกสักระยะ แต่ภาพรวมแล้ว นี่คืออนาคตของผู้ช่วยอัจฉริยะที่ผูกติดกับระบบนิเวศของ Apple ได้อย่างสมบูรณ์แบบและน่าจับตามองอย่างยิ่ง
ที่มา: macrumors.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Apple ประกาศยุติการสนับสนุนซอฟต์แวร์ 16 อุปกรณ์เก่า เตรียมรับระบบปฏิบัติการใหม่ปลายปีนี้
- Antonee Robinson โชว์หูฟัง Beats รุ่นใหม่ดีไซน์ทูโทนท่ามกลางการแข่งขันฟุตบอลโลก
- เผยโฉมฟีเจอร์ใหม่ Safari บน iOS 27 ยกระดับประสบการณ์ท่องเว็บด้วย Apple Intelligence
- iOS 27 มาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพใหม่ ยกระดับการดูแลโภชนาการและติดตามรอบเดือน