วงการ AI และเพลงต้องฮือฮาอีกครั้ง เมื่อ ChatGPT ได้ประกาศการผนวก Shazam ใน ChatGPT เข้ามาเป็นฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้งานสามารถระบุเพลงที่กำลังเล่นอยู่ได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องสลับแอปพลิเคชันไปมา นับเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งาน AI ให้ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
Shazam ใน ChatGPT ทำงานอย่างไร?
การทำงานของ Shazam ที่ฝังอยู่ใน ChatGPT นั้นเรียบง่ายและใช้งานได้ไม่ต่างจากการใช้ Shazam บนอุปกรณ์ Apple ทั่วไป ผู้ใช้เพียงแค่พิมพ์คำถามเริ่มต้นด้วย ‘Shazam’ เช่น ‘Shazam, what is this song?’ หรือ ‘Shazam, เพลงนี้เพลงอะไร?’ เพื่อเรียกอินเทอร์เฟซ ‘Tap to Shazam’ ขึ้นมา การแตะครั้งเดียวจะเริ่มกระบวนการจดจำเสียงเพลง และไม่นาน ChatGPT ก็จะแสดงชื่อเพลงและศิลปินให้ทราบทันที
สิ่งที่น่าประทับใจคือ ฟีเจอร์นี้รองรับเทคโนโลยีการรู้จำเพลงของ Shazam อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องออกจากแอป ChatGPT เพื่อระบุเพลง หรือแม้แต่การฟังพรีวิวสั้นๆ ของเพลงนั้นๆ ก็สามารถทำได้ภายในตัวแอปเลย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานต่อเนื่อง หรือเมื่อต้องการระบุเพลงแบบฉับไว
การตั้งค่าและการใช้งาน
สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Shazam ใน ChatGPT สามารถเปิดใช้งานได้ง่ายๆ โดยเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า (Settings) ของ ChatGPT จากนั้นเลือก Apps และค้นหาคำว่า ‘Shazam’ เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว การเรียกใช้งานก็เพียงแค่เริ่มต้นคำขอด้วยคำว่า ‘Shazam’ เหมือนที่ได้กล่าวไปข้างต้น
ข้อดีอีกประการคือ การใช้งาน Shazam ผ่าน ChatGPT นี้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน Shazam แยกต่างหากบนอุปกรณ์ของคุณ และฟังก์ชันการรู้จำเพลงนี้สามารถใช้งานได้บนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าคุณจะใช้ ChatGPT ผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันบนมือถือ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีแอป Shazam ติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์ เพลงที่ถูกระบุผ่าน ChatGPT ก็จะถูกเพิ่มเข้าไปในคลังเพลงของแอป Shazam โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณสามารถกลับมาฟังหรือค้นหาเพิ่มเติมได้ในภายหลัง
ฟีเจอร์นี้เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป
มุมมองของบรรณาธิการ
การที่ ChatGPT ผนวก Shazam เข้ามาในระบบ ถือเป็นการขยายขีดความสามารถของ AI ในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น เรามองว่านี่ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ลื่นไหลและสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องสลับแอปเพื่อทำงานง่ายๆ อย่างการระบุเพลง ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือตอบคำถาม แต่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทและทำงานร่วมกับเราได้อย่างไร้รอยต่อ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
ที่มา: macrumors.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Apple เปิดตัวยุคใหม่ที่ WWDC 2026: เผยโฉม iOS 27 พร้อม ‘Apple Intelligence’ ผสาน AI ล้ำสมัยทั่วระบบ
- เผยดีไซน์ ‘iPhone พับได้’ ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ชี้อาจมีแค่สีขาวเท่านั้น
- Apple จัดเต็ม! สรุปข่าว Apple ล่าสุดก่อน WWDC 2026 และอัปเดตสินค้าใหม่น่าสนใจ
- Google Chrome ทำลายสถิติความเร็วบน MacBook Pro ชิป M5 เหนือกว่าทุกเบราว์เซอร์คู่แข่ง