จอห์น เทอร์นัส หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะผู้สมัครชั้นนำที่จะก้าวขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนต่อไปของบริษัท เมื่อทิม คุก ตัดสินใจลงจากตำแหน่ง ข่าวนี้ถูกเปิดเผยในการวิเคราะห์เชิงลึกโดย Mark Gurman จาก Bloomberg Businessweek ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเขาในการขับเคลื่อน Apple ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
บทบาทสำคัญของจอห์น เทอร์นัส ในการพลิกฟื้นคุณภาพผลิตภัณฑ์
รายงานจาก Bloomberg ชี้ว่า จอห์น เทอร์นัส เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้นำระดับสูงของ Apple และมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทิศทางด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เคยมีแนวโน้มลดลง นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งสูงสุดด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ในปี 2021 เขาได้ดูแลการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Apple โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆ เช่น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพ และการเชื่อมต่อ
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทิม คุก ยังได้มอบหมายให้ เทอร์นัส ดูแลทีมออกแบบของ Apple ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจในตัวเขาที่เพิ่มมากขึ้น เราได้เห็น เทอร์นัส ปรากฏตัวต่อสาธารณะมากขึ้น ทั้งในการให้สัมภาษณ์และในวิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำคนสำคัญของบริษัท
อนาคตผู้นำ Apple: เมื่อทิม คุก วัย 65 ปี ยังไม่มีแผนเกษียณ
ทิม คุก ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple มาตั้งแต่ปี 2011 และเพิ่งอายุครบ 65 ปีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวัยเกษียณโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า คุก ยังไม่ได้เปิดเผยแผนการเกษียณของเขากับผู้บริหารระดับสูงบางคนที่ใกล้ชิดที่สุด ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อใด ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด คุกเคยกล่าวอย่างคลุมเครือว่า “ผมไม่สามารถจินตนาการถึงชีวิตที่ไม่มี Apple ได้เลย”
มุมมองจากบรรณาธิการ
การที่ จอห์น เทอร์นัส ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลทั้งด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และการออกแบบ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางที่ Apple อาจจะมุ่งไปข้างหน้า เรามองว่าการมีผู้นำที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมและมีประสบการณ์ในการพลิกฟื้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จับต้องได้และตอบโจทย์ผู้ใช้งาน การให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพ และการเชื่อมต่อที่เขาเคยทำมา จะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความภักดีของลูกค้าและผลักดัน Apple ให้เติบโตต่อไปในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของ Apple.
ที่มา: macrumors.com