Skip to content
Home » News » เปิดตัว iPhone 17e ทางเลือกใหม่ ราคาประหยัด พร้อมเปรียบเทียบ iPhone 16

เปิดตัว iPhone 17e ทางเลือกใหม่ ราคาประหยัด พร้อมเปรียบเทียบ iPhone 16

iPhone 17e

ในที่สุด Apple ก็ได้เปิดตัว iPhone 17e เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการเป็นสมาร์ทโฟนทางเลือกใหม่ในกลุ่มราคาประหยัด เคียงข้างกับ iPhone 16 ที่ยังคงวางจำหน่ายในฐานะรุ่นราคาย่อมเยาเช่นกัน แม้ทั้งสองรุ่นจะดูคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างที่ซ่อนอยู่กว่า 25 จุด ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งาน บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกความแตกต่าง เพื่อช่วยให้คุณเลือก iPhone ที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด

iPhone 17e กับ iPhone 16: สองตัวเลือกราคาคุ้มค่าจาก Apple

หลังจากการเปิดตัว iPhone 17 Series และ iPhone Air ทาง Apple ได้ตัดสินใจยุติการจำหน่าย iPhone 15 และ iPhone 15 Plus พร้อมทั้งปรับลดราคาของ iPhone 16 และ iPhone 16 Plus ลง 100 ดอลลาร์ ทำให้ iPhone 17e และ iPhone 16 กลายมาเป็นสองรุ่นที่มีราคาเข้าถึงง่ายที่สุดที่จำหน่ายโดย Apple โดยมีราคาต่างกันเพียง 100 ดอลลาร์เท่านั้น

เพื่อรักษาระดับราคาที่แตกต่างกันนี้ iPhone 17e จึงมีการตัดฟีเจอร์บางอย่างออกไป เช่น Dynamic Island, กล้อง Ultra Wide และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อใหม่ๆ บางส่วน อย่างไรก็ตาม iPhone 17e ยังคงมอบประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมด้วยชิป A19 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกล้องหลังหลักที่เหมือนกับ iPhone 16 และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน

เจาะลึกสเปก: iPhone 17e มีอะไรใหม่และแตกต่างจาก iPhone 16 บ้าง?

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน เรามาดูรายละเอียดความแตกต่างที่สำคัญของ iPhone 17e และ iPhone 16 กันแบบเจาะลึก:

  • ดีไซน์และจอภาพ:
    • iPhone 17e (ปี 2026): มาพร้อมรอยบาก (Notch) บนจอภาพขนาด 6.1 นิ้ว ความสว่างสูงสุดปกติ 800 nits, ความสว่างสูงสุด HDR 1,200 nits และความสว่างสูงสุดภายนอกอาคาร 2,000 nits ตัวเครื่องด้านหลังเป็นกระจก มีให้เลือก 3 สีคือ ขาว, ดำ และ Soft Pink
    • iPhone 16 และ iPhone 16 Plus (ปี 2024): มาพร้อม Dynamic Island จอภาพขนาด 6.1 หรือ 6.7 นิ้ว ความสว่างสูงสุดปกติ 1,000 nits, ความสว่างสูงสุด HDR 1,600 nits และความสว่างสูงสุดภายนอกอาคาร 2,000 nits ตัวเครื่องด้านหลังเป็นกระจกแต่งสี มีให้เลือก 5 สีคือ ขาว, ดำ, Ultramarine, Teal และ Pink
  • ชิปประมวลผล:
    • iPhone 17e: ใช้ชิป A19 (N3P) ความเร็ว CPU 4.26 GHz แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 68.2 GB/s และ GPU แบบ 4-core พร้อม Neural Accelerators ใช้โมเด็ม Apple C1X
    • iPhone 16 และ iPhone 16 Plus: ใช้ชิป A18 (N3E) ความเร็ว CPU 4.04 GHz แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 60 GB/s และ GPU แบบ 4-core ใช้โมเด็ม Qualcomm Snapdragon X75
  • ระบบกล้อง:
    • iPhone 17e: กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เหมือน iPhone 16) รองรับ Optical image stabilization และ Photographic Styles รุ่นล่าสุด
    • iPhone 16 และ iPhone 16 Plus: กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล, ตัวเลือกซูมออปติคอล 0.5x, 1x, 2x รองรับ Sensor-shift optical image stabilization, Photographic Styles รุ่นล่าสุด, การถ่ายภาพมาโคร, การถ่ายภาพและวิดีโอเชิงพื้นที่ (Spatial photos and videos), โหมด Cinematic (สูงสุด 4K Dolby Vision ที่ 30 fps) และ Action mode พร้อม Camera Control
  • การเชื่อมต่อ:
    • iPhone 17e: รองรับ Wi-Fi 6
    • iPhone 16 และ iPhone 16 Plus: รองรับ mmWave 5G, Wi-Fi 7, Thread connectivity และชิป Ultra Wideband สำหรับ Precision Finding
  • แบตเตอรี่และพื้นที่จัดเก็บ:
    • iPhone 17e: แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 26 ชั่วโมง ตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บ 256GB หรือ 512GB
    • iPhone 16: แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 22 ชั่วโมง ตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บ 128GB
    • iPhone 16 Plus: แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 27 ชั่วโมง ตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บ 128GB หรือ 256GB
  • ราคาเริ่มต้น:
    • iPhone 17e: เริ่มต้นที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ
    • iPhone 16: เริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐฯ

เลือกซื้อรุ่นไหนดี? iPhone 17e หรือ iPhone 16?

การตัดสินใจเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ

  • iPhone 17e เหมาะสำหรับ:
    • ผู้ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นหลัก ด้วยชิป A19 ที่ใหม่กว่า
    • ผู้ที่ต้องการแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน (26 ชั่วโมง)
    • ผู้ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นที่มากกว่า (เริ่มต้นที่ 256GB)
    • ผู้ที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุดในราคาที่เข้าถึงง่าย (เริ่มต้น $599)
  • iPhone 16 โดดเด่นกว่าด้วย:
    • ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ด้วย Dynamic Island และจอภาพที่สว่างกว่า
    • ผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบกล้องที่ยืดหยุ่นกว่า ทั้งกล้อง Ultra Wide, Macro, Spatial photos/videos และโหมดวิดีโอที่หลากหลาย
    • ผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีการเชื่อมต่อล่าสุด เช่น Wi-Fi 7, Thread และ Ultra Wideband รวมถึง mmWave 5G

มุมมองจากบรรณาธิการ: การตัดสินใจที่ซับซ้อนขึ้น

สำหรับเราแล้ว การมาของ iPhone 17e ทำให้การเลือกระหว่าง iPhone รุ่นประหยัดไม่ได้ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้าคุณเป็นคนที่เน้นการใช้งานทั่วไป ต้องการความลื่นไหลจากชิปที่ใหม่ที่สุด พร้อมแบตเตอรี่ที่อึด และได้พื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นที่เยอะขึ้นในราคาที่ถูกกว่า iPhone 17e คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่หากคุณเป็นสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือต้องการฟีเจอร์กล้องที่ครบครัน หน้าจอที่สวยสดใส และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยอย่าง Dynamic Island หรือ Wi-Fi 7 เพื่อการใช้งานในอนาคต iPhone 16 ก็ยังคงเป็นคำตอบที่คุ้มค่ากว่า แม้จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีก 100 ดอลลาร์ก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าฟีเจอร์ไหนคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดในการใช้งานในชีวิตประจำวัน.

ที่มา: macrumors.com

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (ปาล์ม / Krapalm) คนข่าวไอทีและผู้ให้บริการรับลงบทความ SEO จาก Krapalm.com และ digitalmore.co ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ (krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย) ติดตามและทักทายกันได้ที่ Twitter, FB, IG: @krapalm

ดูบทความทั้งหมด →