Skip to content
Home » News » สื่อดังเผยรีวิว iPhone 17e: ยกระดับด้วย MagSafe และความจุเริ่มต้น 256GB ในราคาเดิม

สื่อดังเผยรีวิว iPhone 17e: ยกระดับด้วย MagSafe และความจุเริ่มต้น 256GB ในราคาเดิม

ไอโฟน 17e

หลังจากที่รอคอยกันมาพักใหญ่ วันนี้สื่อเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งทั้งจากเว็บไซต์และช่อง YouTube ได้เริ่มเผยแพร่บทวิจารณ์และรีวิวแรกของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ไอโฟน 17e ก่อนการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันพุธนี้ โดยจุดเด่นสำคัญที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากคือการนำ MagSafe มาใส่ในรุ่นนี้ พร้อมกับการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลพื้นฐานให้เป็น 256GB ในขณะที่ยังคงราคาเริ่มต้นเท่าเดิมกับรุ่นก่อนหน้า

ไฮไลต์สำคัญของ iPhone 17e ที่สื่อต่างชาติจับตา

แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของ iPhone 17e จะยังคงดีไซน์โดยรวมที่คล้ายคลึงกับ iPhone 16e แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่คุ้นเคยนี้กลับมีการอัปเกรดที่สำคัญหลายจุดที่ทำให้ ไอโฟน 17e เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจขึ้น:

  • ชิปประมวลผล Apple A19 ที่เร็วขึ้น: iPhone 17e มาพร้อมกับชิป Apple A19 ซึ่งจากการทดสอบ Benchmark พบว่าเร็วกว่าชิป A18 ใน iPhone 16e ถึง 15% และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ iPhone 17 รุ่นมาตรฐาน ทำให้มั่นใจได้ว่าการทำงานโดยรวมนั้นลื่นไหลไม่มีปัญหา
  • ระบบ MagSafe ที่สะดวกสบายกว่าเดิม: นี่คือหนึ่งในการอัปเกรดที่สำคัญที่สุด MagSafe ช่วยให้การชาร์จไร้สายและการใช้งานอุปกรณ์เสริมแบบแม่เหล็กเป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงิน MagSafe, แบตเตอรี่สำรอง MagSafe หรือแท่นชาร์จ MagSafe ซึ่ง Mike Andronico จาก CNN Underscored ถึงกับกล่าวว่าเป็น “การเพิ่มเข้ามาครั้งใหญ่” ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก นอกจากนี้ MagSafe ยังรองรับการชาร์จไร้สายที่ความเร็ว 15W ซึ่งเร็วกว่าการชาร์จไร้สายแบบเดิมที่ 7.5W ถึงสองเท่า ขณะที่คู่แข่งอย่าง Google Pixel 10a ที่มีราคา $500 ยังไม่มีฟีเจอร์ที่เทียบเคียงได้
  • โมเด็มเซลลูลาร์ C1X ที่ความเร็วสูง: Apple ได้ติดตั้งโมเด็มเซลลูลาร์ C1X รุ่นที่สอง ซึ่งทาง Apple ระบุว่ามีความเร็วเป็นสองเท่าของโมเด็ม C1 ใน iPhone 16e จากการทดสอบของ Eric Zeman จาก PCMag บนเครือข่าย AT&T ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ พบว่า ไอโฟน 17e สามารถทำความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดได้ถึง 419 Mbps ซึ่งเมื่อเทียบกับข้อมูลของ Ookla ที่ระบุว่า iPhone 16e ทำความเร็วเฉลี่ย 169 Mbps บนเครือข่ายเดียวกัน ก็ดูเหมือนว่า 5G ที่เร็วขึ้นสองเท่าจะเป็นไปตามที่กล่าวอ้าง
  • พื้นที่เก็บข้อมูลพื้นฐาน 256GB ในราคาเดิม: ในสหรัฐอเมริกา ไอโฟน 17e มีราคาเริ่มต้นที่ $599 เท่ากับ iPhone 16e แต่ได้รับการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลพื้นฐานเป็น 256GB ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ใช้งานในปัจจุบัน

เทียบกับรุ่นพี่ iPhone 17 คุ้มกว่าไหม?

Allison Johnson จาก The Verge แนะนำว่า หากผู้ใช้งานมีงบประมาณที่มากพอ การเลือกซื้อ iPhone 17 รุ่นมาตรฐานอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นอีก $200 คุณจะได้รับฟีเจอร์เด่นๆ ที่ ไอโฟน 17e ไม่มี อาทิ:

  • จอภาพ ProMotion 120Hz: มอบประสบการณ์การแสดงผลที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น
  • Dynamic Island: การทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์
  • กล้อง Ultra Wide เพิ่มเติม: สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างที่หลากหลายกว่า

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ตัดสินใจเลือก iPhone 17e การได้ MagSafe และพื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้น 256GB ถือเป็นสองการอัปเกรดที่สำคัญและคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับ iPhone 16e

มุมมองบรรณาธิการ: iPhone 17e ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใคร?

ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่า ไอโฟน 17e เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดจากรุ่นเก่า หรือมองหา iPhone ที่มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานครบครันในงบประมาณที่ไม่สูงจนเกินไป การที่ Apple ใส่ MagSafe เข้ามาในรุ่น ‘e’ นี้ ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สะดวกสบายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นเป็น 256GB ยังตอบโจทย์การใช้งานของคนยุคใหม่ที่ต้องการเก็บภาพ วิดีโอ และแอปพลิเคชันจำนวนมากได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ระดับโปรอย่างจอ ProMotion หรือ Dynamic Island ที่มีเฉพาะในรุ่นมาตรฐาน การเพิ่มงบอีกเล็กน้อยเพื่อไป iPhone 17 ก็เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหา iPhone ที่ “พอดี” กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมอัปเกรดสำคัญๆ ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไอโฟน 17e ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

ที่มา: macrumors.com

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (ปาล์ม / Krapalm) คนข่าวไอทีและผู้ให้บริการรับลงบทความ SEO จาก Krapalm.com และ digitalmore.co ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ (krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย) ติดตามและทักทายกันได้ที่ Twitter, FB, IG: @krapalm

ดูบทความทั้งหมด →