Skip to content
Home » News » iOS 26.4 ปล่อยอัปเดตแล้ว! มาพร้อมฟีเจอร์ AI เพลง, ป้องกันเครื่องหาย และ CarPlay อัจฉริยะ

iOS 26.4 ปล่อยอัปเดตแล้ว! มาพร้อมฟีเจอร์ AI เพลง, ป้องกันเครื่องหาย และ CarPlay อัจฉริยะ

ฟีเจอร์ iOS 26.4

Apple ได้ปล่อยอัปเดต iOS 26.4 อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน iPhone ทั่วโลก แม้จะยังไม่มีฟีเจอร์ Siri อย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่ ฟีเจอร์ iOS 26.4 ที่เพิ่มเข้ามาก็มีความน่าสนใจมากมาย ทั้งการนำ AI มาช่วยในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางดนตรี, การเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัย, และการยกระดับการเชื่อมต่อกับรถยนต์ผ่าน CarPlay รวมถึงการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น

พลิกโฉมประสบการณ์ AI และความบันเทิงใน iOS 26.4

สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงและการสร้างสรรค์ iOS 26.4 นำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นหลายอย่าง:

  • Playlist Playground ใน Apple Music: นี่คือฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ปฏิวัติการสร้างเพลย์ลิสต์ ผู้ใช้สามารถสร้างเพลย์ลิสต์ได้ง่ายๆ ด้วยการป้อนข้อความอธิบายแนวคิด อารมณ์ หรือความรู้สึกที่ต้องการ จากนั้นระบบจะสร้างรายการเพลง 25 เพลงพร้อมชื่อเพลย์ลิสต์ที่กำหนดเองให้ทันที และยังปรับแต่งเพิ่มเติมได้ด้วยข้อความ ระบบมีคำแนะนำเบื้องต้น เช่น “เพลงกาแฟยามเช้า” หรือ “เพลงดิสโก้ยุค 70” อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังจำกัดการใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
  • Apple Music โฉมใหม่: แอป Apple Music ได้รับการปรับปรุงดีไซน์อัลบั้มและเพลย์ลิสต์ใหม่ให้มีภาพปกแบบเต็มหน้าจอ นอกจากนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์ “Concerts Near You” ที่ช่วยให้คุณค้นหาการแสดงสดและตารางทัวร์ของศิลปินที่คุณชื่นชอบ โดยร่วมมือกับบริษัทอย่าง Ticketmaster และที่สำคัญคือสามารถเพิ่มเพลงลงในหลายเพลย์ลิสต์พร้อมกันได้แล้ว
  • Video Podcasts ใน Apple Podcasts: แอป Apple Podcasts รองรับวิดีโอพอดคาสต์แล้ว โดยใช้เทคโนโลยี HTTP Live Streaming (HLS) เพื่อให้ผู้สร้างเนื้อหามีโอกาสในการสร้างรายได้และควบคุมเนื้อหาได้มากขึ้น ผู้ใช้สามารถสลับระหว่างการดูและฟังรายการ รวมถึงดาวน์โหลดวิดีโอเพื่อดูแบบออฟไลน์ได้ด้วย
  • Freeform Creator Studio: ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานใน iOS 26.4 สำหรับสมาชิก Creator Studio โดยเฉพาะ โดยมี Content Hub ที่รวบรวมตัวเลือกรูปร่างต่างๆ และยังสามารถเข้าถึงเนื้อหาคุณภาพสูงฟรี เช่น กราฟิก รูปภาพ และภาพประกอบที่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไป รวมถึงความสามารถด้าน AI สำหรับการสร้างและแก้ไขภาพ

ยกระดับความปลอดภัยและจัดการชีวิตประจำวัน

Apple ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มาโดยตลอด และใน ฟีเจอร์ iOS 26.4 นี้ก็ได้มีการปรับปรุงที่สำคัญหลายประการ:

  • Stolen Device Protection (การป้องกันอุปกรณ์ที่ถูกขโมย): ฟีเจอร์นี้ถูกเปิดใช้งานโดยค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ iPhone ทุกคน จากเดิมที่เป็นตัวเลือกเสริม ฟีเจอร์นี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน iOS 17.3 เพื่อรับมือกับวิธีการขโมย iPhone แบบใหม่ที่มิจฉาชีพจะสอดแนมรหัสผ่านของผู้ใช้ก่อน จากนั้นจึงขโมยเครื่องไปเข้าถึงข้อมูลทางการเงินและรหัสผ่านต่างๆ การป้องกันนี้กำหนดให้ต้องมีการยืนยันตัวตนด้วย Face ID หรือ Touch ID เพิ่มเติมเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญบางอย่าง เช่น แอป Passwords, โหมด Lost ใน Find My หรือการซื้อใน Safari นอกจากนี้ บางฟีเจอร์อาจถูกปิดใช้งานทั้งหมดหากไม่มีการยืนยันตัวตน หรือมีระยะเวลาหน่วงด้านความปลอดภัย 1 ชั่วโมง
  • Offline Music Recognition: ฟีเจอร์การจดจำเพลงใน Control Center ตอนนี้สามารถระบุเพลงได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และจะแสดงผลเมื่อคุณกลับมาออนไลน์
  • การเปลี่ยนแปลงการแชร์การซื้อ (Family Sharing): สมาชิกผู้ใหญ่ในกลุ่ม Family Sharing สามารถใช้ช่องทางการชำระเงินแยกกันสำหรับการซื้อได้แล้ว ไม่ต้องใช้ช่องทางเดียวร่วมกันอีกต่อไป
  • แอปสุขภาพ: เพิ่มเมตริก “Average Bedtime” (เวลานอนโดยเฉลี่ย) ในส่วนการนอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจผลกระทบของเวลานอนต่อคุณภาพการนอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกายังมีการอัปเดตส่วน Vitals ให้แสดงระดับออกซิเจนในเลือดบนกราฟเส้นรายวัน ซึ่งใน iOS 26.3 และเวอร์ชันก่อนหน้าจะไม่มีการวัดค่านี้บนกราฟ
  • Reminders App: แอปเตือนความจำมีส่วน “Urgent” ใหม่ Reminders ที่ถูกตั้งค่าเป็น Urgent จะแสดงในส่วนนี้พร้อมกับการแจ้งเตือนที่ชัดเจน
  • iCloud Web Settings: ในส่วน iCloud ของแอป Settings มีตัวเลือก “iCloud.com” ใหม่ที่มาแทนที่ “Access iCloud Data on the Web” แบบเก่า พร้อมเพิ่ม “Allow Search” ที่อนุญาตให้อุปกรณ์ Apple ที่เชื่อถือได้สามารถให้ผลการค้นหาไปยัง iCloud.com ได้
  • Shortcuts: เพิ่มแอคชั่น “Set Charge Limit” เข้ามาในแอป Shortcuts สำหรับตั้งค่าขีดจำกัดการชาร์จแบตเตอรี่ของ iPhone

การปรับปรุงด้านการเชื่อมต่อและประสบการณ์ผู้ใช้

iOS 26.4 ยังมาพร้อมกับการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ ด้าน:

  • CarPlay รองรับ AI: เป็นครั้งแรกที่บริการ AI อย่าง Claude, Gemini และ ChatGPT สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบ CarPlay ผู้ใช้สามารถใช้แอปเหล่านี้แบบแฮนด์ฟรีเพื่อถามคำถาม แต่แอป AI เหล่านี้จะไม่สามารถควบคุมฟังก์ชันของรถยนต์หรือ iPhone ได้ และไม่มีคำสั่งปลุก (wake word) เพื่อเรียกใช้งานโดยตรง ผู้ใช้จะต้องเปิดแอปก่อนจึงจะสามารถใช้แชทบอทได้
  • อีโมจิใหม่: เพิ่มอีโมจิใหม่ 8 ตัว ได้แก่ ทรอมโบน, หีบสมบัติ, ใบหน้าบิดเบี้ยว, สัตว์มีขน (ซาสควอทช์), ก้อนเมฆต่อสู้, วาฬเพชฌฆาต, ดินถล่ม, และนักบัลเลต์ นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งโทนสีผิวสำหรับอีโมจิคนปล้ำและนักเต้นหูกระต่ายอีกด้วย
  • แอป Messages: มีแอนิเมชันใหม่ในแอป Messages สำหรับการกระทำบางอย่าง เช่น การเปิดบทสนทนาใหม่
  • ดีไซน์ Apple Account แบบรวม: ใน App Store, Apple Music และแอปอื่นๆ ที่มีส่วนการตั้งค่าผู้ใช้ จะมีศูนย์รวม Apple Account แบบใหม่ แทนที่ฟีเจอร์โปรไฟล์เดิม โดยยังคงฟังก์ชันการทำงานส่วนใหญ่ไว้ แต่มีดีไซน์ที่ดูเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น และ App Store ได้รวมแอปและประวัติการซื้อเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมส่วนเฉพาะสำหรับการอัปเดตแอป
  • Ambient Music Widget: วิดเจ็ต Ambient Music ใหม่สำหรับ Home Screen และ Lock Screen รองรับการเล่นเพลงบรรยากาศที่สร้างขึ้นมาเพื่อการนอนหลับ, การทำงาน, สุขภาพที่ดี และอื่นๆ
  • Wallpaper และ Watch Face Gallery: แกลเลอรีวอลเปเปอร์ได้รับการออกแบบใหม่ ทำให้สามารถดาวน์โหลดวอลเปเปอร์จากแต่ละหมวดหมู่ เช่น สภาพอากาศ, ดาราศาสตร์, อีโมจิ, สี และอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับ Watch Face Gallery ในแอป Apple Watch
  • Captions Customization: การตั้งค่าคำบรรยายและคำบรรยายแทนเสียงสามารถเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้นจากไอคอนคำบรรยายขณะรับชมสื่อต่างๆ
  • Reduce Motion และ Bright Effects: มีตัวเลือก “Reduce Bright Effects” ใหม่ที่ช่วยลดแสงจ้าเมื่อแตะที่องค์ประกอบอินเทอร์เฟซ เช่น ปุ่มต่างๆ และการตั้งค่า Reduce Motion ก็ช่วยลดแอนิเมชันของ Liquid Glass ได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้น
  • กล้อง: ในส่วน Settings ของแอป Camera มีตัวเลือก “Audio Zoom” ใหม่ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้เสียงที่บันทึกไว้โฟกัสไปที่วัตถุเมื่อกล้องซูมขณะบันทึกวิดีโอ
  • Hotspot Data: ข้อมูลการใช้งานฮอตสปอตส่วนบุคคลถูกย้ายตำแหน่งมาอยู่ในส่วน Personal Hotspot โดยตรง จากเดิมที่อยู่ภายใต้ Cellular
  • Live Captions: ภาษาจีน (ไต้หวัน) ถูกเพิ่มเป็นตัวเลือกภาษาใหม่สำหรับ Live Captions ในส่วน Accessibility
  • Passcode Settings: ในส่วน Face ID & Passcode ของแอป Settings เมื่อป้อนรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงตัวเลือก ข้อความจะถูกจัดกึ่งกลางแทนที่จะจัดชิดซ้าย
  • Keyboard Bug Fix: iOS 26.4 แก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้ตัวอักษรบางตัวตกหล่นเมื่อพิมพ์เร็วขึ้น ซึ่งช่วยปรับปรุงความแม่นยำของคีย์บอร์ด
  • Carrier Updates: iOS 26.4 เบต้ามีการรองรับ Voice Over New Radio (VoNR) สำหรับผู้ใช้ iPhone ของ Telus ซึ่งทำให้อุปกรณ์ที่รองรับสามารถคงอยู่บนเครือข่าย 5G Standalone ระหว่างการโทรด้วยเสียงแทนที่จะเป็น 4G LTE
  • การอัปเดตความปลอดภัย: iOS 26.4 ได้แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยกว่า 35 จุดที่ส่งผลกระทบต่อหลายส่วน ตั้งแต่ Safari ไปจนถึง Messages และบริการพื้นฐานต่างๆ แม้ Apple จะไม่พบช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีอย่างจริงจังในขณะนี้ แต่ก็ยังแนะนำให้อัปเดตเพื่อรับแพทช์ล่าสุดเพื่อความปลอดภัย

การติดตั้ง iOS 26.4: ผู้ใช้สามารถติดตั้ง iOS 26.4 ได้โดยไปที่แอป Settings > General > Software Update

ความเข้ากันได้: iOS 26.4 รองรับ iPhone รุ่นที่รองรับ iOS 26 ทั้งหมด ซึ่งรวมถึง iPhone 11 และรุ่นที่ใหม่กว่า

มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไม iOS 26.4 ถึงน่าจับตา?

ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่า iOS 26.4 เป็นการอัปเดตที่เน้นย้ำถึงทิศทางของ Apple ในการผสานรวม AI เข้ากับประสบการณ์ผู้ใช้ในรูปแบบที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะฟีเจอร์ Playlist Playground ที่แสดงให้เห็นศักยภาพของ AI ในการสร้างสรรค์เนื้อหาเฉพาะบุคคล แม้จะยังจำกัดการใช้งานในสหรัฐฯ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคต นอกจากนี้ การที่ Apple ตัดสินใจเปิดใช้งาน Stolen Device Protection โดยค่าเริ่มต้นก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล การอัปเดตด้านความปลอดภัยกว่า 35 จุดก็ตอกย้ำถึงความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ การที่ CarPlay เริ่มรองรับ AI แชทบอทก็เป็นการเปิดประตูสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่ฉลาดขึ้น ถึงแม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม โดยรวมแล้ว iOS 26.4 ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่เป็นการยกระดับความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์ AI ที่จะส่งผลดีต่อผู้ใช้ iPhone ในระยะยาว.

ที่มา: macrumors.com

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (ปาล์ม / Krapalm) คนข่าวไอทีและผู้ให้บริการรับลงบทความ SEO จาก Krapalm.com และ digitalmore.co ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ (krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย) ติดตามและทักทายกันได้ที่ Twitter, FB, IG: @krapalm

ดูบทความทั้งหมด →