Skip to content
Home » News » Apple ประกาศจัด WWDC 2026 เตรียมเผย Siri โฉมใหม่ พร้อม iOS 27 และนวัตกรรม AI

Apple ประกาศจัด WWDC 2026 เตรียมเผย Siri โฉมใหม่ พร้อม iOS 27 และนวัตกรรม AI

Siri โฉมใหม่

Apple ได้ประกาศวันจัดงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ประจำปีครั้งที่ 37 ในปี 2026 ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัว Siri โฉมใหม่ ที่ได้รับการยกเครื่องครั้งใหญ่ ระบบปฏิบัติการ iOS 27, macOS 27 รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่จะก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าด้าน AI ที่หลายคนรอคอย

WWDC 2026: ประตูสู่นวัตกรรมสำหรับนักพัฒนา

เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา งาน WWDC 2026 จะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งเปิดกว้างให้นักพัฒนาทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าร่วมได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในขณะที่ส่วนของการเข้าร่วมงานแบบตัวต่อตัวที่ Apple Park ในเมืองคูเปอร์ติโน จะสงวนไว้สำหรับนักพัฒนาและนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกผ่านการจับสลากเท่านั้น Apple จะแจ้งผลการคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานแบบ In-person ในวันที่ 2 เมษายน

ผู้สนใจสามารถรับชม Keynote และเซสชันทั้งหมดได้ผ่านแอป Apple Developer, เว็บไซต์ของ Apple และ YouTube โดยจะมีวิดีโอเซสชันมากกว่า 100 รายการ และห้องปฏิบัติการแบบอินเทอร์แอคทีฟที่นักพัฒนาจะได้ทำงานร่วมกับวิศวกรและนักออกแบบของ Apple ตลอดสัปดาห์

Siri โฉมใหม่: การปฏิวัติผู้ช่วยอัจฉริยะของ Apple

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดใน WWDC 2026 คือการยกเครื่อง Siri โฉมใหม่ ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนผู้ช่วยส่วนตัวที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ให้กลายเป็น AI Chatbot เต็มรูปแบบ ตามรายงานของ Mark Gurman จาก Bloomberg ที่ระบุว่า Apple กำลังทดสอบแอป Siri แยกต่างหากที่แสดงการสนทนาก่อนหน้าในรูปแบบรายการหรือตาราง มีฟังก์ชันการปักหมุดและค้นหาการสนทนาได้ รวมถึงมีการแสดงผลแบบ Chat Bubble สไตล์ iMessage

คุณสมบัติเด่นของ Siri ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับ iOS 27 มีดังนี้:

  • แอป Siri แยกเฉพาะ: แสดงประวัติการสนทนาในรูปแบบรายการหรือตาราง พร้อมปักหมุดและค้นหาข้อความได้ในลักษณะเดียวกับ iMessage
  • การทำงานร่วมกับ Dynamic Island: แสดงไอคอนเรืองแสงและป้าย “Searching” ขณะประมวลผลคำขอ
  • ปุ่ม “ถาม Siri” ในแอปภายนอก: ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ Siri ได้จากเมนูของแอป Third-Party
  • ตัวเลือกแป้นพิมพ์ “เขียนด้วย Siri”: ช่วยให้ Siri เข้ามามีบทบาทในการช่วยเขียนข้อความได้โดยตรง
  • แทนที่ Spotlight Search: Siri จะกลายเป็นอินเทอร์เฟซการค้นหาหลักบน iPhone แทนที่ Spotlight

เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คือความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Apple และ Google โดยโมเดล Apple Foundation รุ่นต่อไปจะพัฒนาบนพื้นฐานของ Gemini พร้อมการประมวลผลที่ยังคงทำงานบนอุปกรณ์ (on-device) และใน Private Cloud Compute นอกจากนี้ Apple ยังมีแผนที่จะเปิดให้ Siri รองรับการทำงานร่วมกับ AI Chatbot ของบุคคลที่สามใน iOS 27 ผ่านระบบ “Extensions” ใน Settings ซึ่งจะยุติข้อตกลงพิเศษกับ OpenAI และเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถส่งคำถามไปยัง Claude, Gemini, Grok และอื่นๆ ได้

iOS 27 และ macOS 27: เน้นประสิทธิภาพและปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับ iOS 27 คาดว่าจะเป็นการอัปเดตที่ไม่เน้นฟีเจอร์ใหม่ๆ มากนัก แต่จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพ, แก้ไขข้อผิดพลาด และทำความสะอาดโค้ดภายใน ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นปีแบบ “Snow Leopard” อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นที่น่าสนใจคือ การปรับปรุงให้รองรับ iPhone แบบพับได้เครื่องแรกของ Apple ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และคุณสมบัติการเชื่อมต่อดาวเทียมใหม่ๆ

ส่วน macOS 27 ก็จะได้รับการอัปเกรด Siri แบบเดียวกัน และมุ่งเน้นความเสถียรเช่นเดียวกับ iOS 27 ที่สำคัญคือ macOS 27 จะยุติการรองรับ Mac ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel โดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ Apple ยังจะเปิดตัว iPadOS 27, watchOS 27, tvOS 27 และ visionOS 27 ในงาน Keynote ด้วยเช่นกัน

อนาคตของ Apple กับการเดิมพันครั้งใหญ่

การปรับปรุง Siri โฉมใหม่ และการเน้นย้ำถึง AI ใน WWDC 2026 ครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ Apple ในสนาม AI ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด เรามองว่าการตัดสินใจใช้ Gemini ของ Google เป็นรากฐานแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ Apple ในการนำเสนอ AI ที่ทรงพลัง ในขณะที่ยังคงรักษาสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการทำงานบนอุปกรณ์ การเปิดระบบให้รองรับ AI Chatbot อื่นๆ ก็เป็นก้าวที่น่าสนใจ ซึ่งอาจจะสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้ใช้ได้มากขึ้น สำหรับแฟนๆ ที่รอคอยนวัตกรรม AI จาก Apple มานาน งาน WWDC 2026 นี้จึงเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียวครับ

ที่มา: macrumors.com

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (ปาล์ม / Krapalm) คนข่าวไอทีและผู้ให้บริการรับลงบทความ SEO จาก Krapalm.com และ digitalmore.co ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ (krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย) ติดตามและทักทายกันได้ที่ Twitter, FB, IG: @krapalm

ดูบทความทั้งหมด →