ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ที่กำลังจะมาถึงในเดือนมิถุนายนนี้ มีรายงานว่า Apple วางแผนที่จะเน้นย้ำถึงขีดความสามารถของ AI บนอุปกรณ์ Apple (on-device AI) ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่สำคัญ บริษัทจะใช้ประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนาชิปประมวลผล (custom silicon) เพื่อสนับสนุนแนวคิดของการประมวลผลโมเดล AI ในเครื่องโดยตรง แทนที่จะพึ่งพาคลาวด์ทั้งหมด
Apple ชู AI บนอุปกรณ์: ความส่วนตัวและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
แหล่งข่าวจาก The Information ระบุว่า Apple เตรียมแสดงให้เห็นว่า ชิปที่ออกแบบมาสำหรับ iPhone, Apple Watch และ Mac ของตนนั้นมีความสามารถในการประมวลผลคำสั่ง AI บนอุปกรณ์ได้โดยตรง การประมวลผลแบบนี้มีข้อดีที่สำคัญคือช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ดีกว่า และยังช่วยลดต้นทุนในระยะยาวเมื่อเทียบกับการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่คู่แข่งหลายรายกำลังดำเนินการอยู่ แม้ว่าการประมวลผลบนคลาวด์จะยังคงจำเป็นสำหรับคำสั่งที่ซับซ้อน แต่ Apple จะเน้นย้ำถึงการทำงานแบบโลคอลเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและประหยัด
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google และ Nvidia
รายงานยังเผยอีกว่า Apple ได้ตกลงร่วมมือกับ Google เพื่อนำโมเดล Gemini ขนาดใหญ่ของ Google มาฝึกฝนให้เป็นโมเดลที่เล็กลงและสามารถทำงานบนฮาร์ดแวร์ของ Apple ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Apple ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าซื้อกิจการของบริษัทสตาร์ทอัพอย่าง Liquid AI ซึ่งเป็นบริษัทจากรัฐแมสซาชูเซตส์ที่เชี่ยวชาญด้านการรัน AI บนอุปกรณ์โดยตรง เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีการย่อขนาดโมเดล AI ของตน
สำหรับการประมวลผลคำสั่งที่ต้องพึ่งพาคลาวด์ ซึ่งอาจเป็นโมเดล Gemini ที่มีขนาดใหญ่กว่า Apple ได้อนุมัติการใช้เทคโนโลยี confidential compute ของ Nvidia ภายใน Google Cloud ฟีเจอร์ความปลอดภัยนี้จะเข้ารหัสข้อมูลและโมเดล AI ในระหว่างการประมวลผล ซึ่งแม้จะเพิ่มภาระด้านประสิทธิภาพเล็กน้อย แต่ก็มอบการป้องกันความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสังเกตจากที่ Apple Intelligence ได้ประกาศไว้ในตอนแรก ซึ่งระบุว่าคำสั่งที่ส่งไปยังคลาวด์ทั้งหมดจะถูกจัดการโดยโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud Compute (PCC) ของ Apple เอง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า Apple น่าจะยังคงใช้แบรนด์ Private Cloud Compute ต่อไป แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางนี้
ความท้าทายและอนาคตของ Apple Intelligence
มีข้อจำกัดที่สำคัญสำหรับความสามารถในการประมวลผลบนอุปกรณ์ เนื่องจากโมเดล Gemini ตัวเต็มของ Google มีพารามิเตอร์นับล้านล้านพารามิเตอร์ และ The Information อ้างว่า Apple เองก็ประสบปัญหาในการรันโมเดลนี้บนโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud Compute ของตน ซึ่งใช้ชิป Apple silicon แบบเดียวกับที่พบในคอมพิวเตอร์ Mac
Apple Intelligence เปิดตัวครั้งแรกในงาน WWDC 2024 แต่การเปิดตัวคุณสมบัติบางอย่างก็ได้รับการตอบรับที่ไม่ค่อยดีนัก และ Siri เวอร์ชันส่วนบุคคลก็ล่าช้าออกไปนาน Apple คาดว่าจะใช้ WWDC 2026 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนนี้ เป็นโอกาสในการนำเสนอเรื่องราวใหม่ แนะนำคุณสมบัติที่ล่าช้าไปกลับมาอีกครั้ง และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
มุมมองจากบรรณาธิการ: การปรับทัพครั้งสำคัญของ Apple
เรามองว่าการที่ Apple หันมาเน้นย้ำเรื่อง AI บนอุปกรณ์ Apple ในงาน WWDC 2026 อย่างจริงจังนี้ สะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อตอบรับกระแส AI ที่กำลังร้อนแรง และแก้ไขข้อจำกัดที่เคยเผชิญมา การร่วมมือกับ Google และ Nvidia แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการยอมรับว่าการสร้างทุกอย่างด้วยตัวเองอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไปสำหรับเทคโนโลยี AI ที่ซับซ้อนขนาดนี้ สำหรับผู้ใช้งานแล้ว สิ่งนี้น่าจะหมายถึงประสบการณ์ AI ที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และเป็นส่วนตัวมากขึ้นบนอุปกรณ์ของ Apple ซึ่งน่าติดตามอย่างยิ่งว่าการปรับทัพครั้งนี้จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ Apple Intelligence และนำเสนอนวัตกรรมที่น่าประทับใจได้มากแค่ไหน.
ที่มา: macrumors.com