หลังจากที่ Apple ได้จัดกิจกรรมเซอร์ไพรส์และการแสดงต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีที่กำลังจะมาถึง ล่าสุด มาร์ค เกอร์แมน (Mark Gurman) จาก Bloomberg ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับงานใหญ่ส่งท้ายของการฉลอง 50 ปี Apple ซึ่งจะเป็นงานสุดพิเศษที่จัดขึ้นสำหรับพนักงาน ณ สำนักงานใหญ่ Apple Park และมีศิลปินชื่อดังระดับตำนานมาร่วมแสดง
การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ Apple
ตามข้อมูลของมาร์ค เกอร์แมน งานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ของ Apple จะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ Apple Park ในช่วงสัปดาห์นี้ เพื่อปิดท้ายกิจกรรมการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี โดยงานนี้จะเป็นการรวมตัวของพนักงานและแขกรับเชิญพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่กิจกรรมที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมชม
เพื่อเป็นการเตรียมงานสำคัญนี้ Apple Park Visitor Center จะปิดให้บริการเร็วกว่าปกติในเวลา 15.00 น. ตามเวลาแปซิฟิกของวันอังคารที่ 31 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่างานใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่างานจะจัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม หรือตรงกับวันครบรอบจริงของ Apple ในวันที่ 1 เมษายนก็ตาม
ศิลปินระดับตำนานกับงานใหญ่ของ Apple
สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ การเปิดเผยจากเกอร์แมนที่บอกใบ้ถึงศิลปินระดับโลกที่จะมาร่วมแสดงในงานนี้ โดยเขาให้เบาะแสว่า “เขายังคงแข็งแกร่ง เป็นส่วนหนึ่งของ British Invasion และ สตีฟ จ็อบส์ จะต้องตื่นเต้นอย่างมาก” ซึ่งคำใบ้นี้ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่า ศิลปินรับเชิญพิเศษอาจจะเป็นเซอร์พอล แม็กคาร์ตนีย์ (Paul McCartney) แห่งวง The Beatles นั่นเอง การเลือกศิลปินที่มีประวัติและอิทธิพลทางวัฒนธรรมระดับโลกเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และคุณค่าที่ Apple มอบให้กับโอกาสพิเศษนี้
มุมมองจากบรรณาธิการ: ความหมายของการฉลองที่ Apple Park
การที่ Apple เลือกจัดงานเฉลิมฉลอง 50 ปีแบบส่วนตัวสำหรับพนักงานที่ Apple Park นั้น เรามองว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจในการแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ การมีศิลปินระดับตำนานอย่างพอล แม็กคาร์ตนีย์มาร่วมแสดง ยิ่งตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple กับโลกของศิลปะและนวัตกรรม ที่สตีฟ จ็อบส์เองก็ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี วัฒนธรรม และการให้เกียรติแก่ผู้สร้างสรรค์ ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้พนักงานก้าวต่อไปข้างหน้าในอีก 50 ปีข้างหน้าได้อย่างงดงาม.
ที่มา: macrumors.com