Skip to content
Home » PR News » การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล ประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จงดงาม หนุนธุรกิจจีนลุยตลาดโลก

การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล ประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จงดงาม หนุนธุรกิจจีนลุยตลาดโลก

การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล ประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จงดงาม หนุนธุรกิจจีนลุยตลาดโลก 15

งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 140 และการประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล

กวางโจว, จีน, 20 ต.ค. 2569 /ซินหัว-เอเชียเน็ท/ดาต้าเซ็ต

การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล ประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จงดงาม หนุนธุรกิจจีนลุยตลาดโลก 14

การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River International Trade Forum) ประจำปี 2569 ได้มีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์ประชุมแคนตันแฟร์ (Canton Fair Convention Center) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ในวาระฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งงานแคนตันแฟร์ การประชุมครั้งนี้มีขึ้นในธีม “Building Mutual Trust and Joining Forces for Shared Success” (สร้างความเชื่อมั่น ผนึกกำลังเพื่อความสำเร็จร่วมกัน) โดยร่วมเจาะลึกโอกาสใหม่ ๆ ของภาคธุรกิจจีน เพื่อขยายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง รวมถึงค้นหาแนวทางใหม่ในการบูรณาการการค้าและการลงทุน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศของนิคมอุตสาหกรรมในต่างแดน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นบทบาทสำคัญของงานแคนตันแฟร์ในการขับเคลื่อนการเปิดเสรีทางการค้า และยกระดับระบบเศรษฐกิจโลกแบบเปิดกว้าง

ภายในงานมีการจัดเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญ การบรรยายพิเศษเจาะลึกโอกาสทางธุรกิจ พร้อมด้วยกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่การวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึก กรณีศึกษาจริง ไปจนถึงการเจรจาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อต่อยอดมุมมองความร่วมมือให้เกิดเป็นพันธมิตรทางธุรกิจจริง

ปาสกาล ลามี (Pascal Lamy) อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ได้กล่าวปราศรัยผ่านบันทึกวิดีโอ โดยชี้ให้เห็นว่า ความไว้วางใจเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็นของการค้าระหว่างประเทศ พร้อมยกย่องบทบาทของงานแคนตันแฟร์ตลอด 7 ทศวรรษในการเป็นสะพานเชื่อมจีนสู่เวทีโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันใช้ประโยชน์จากเวทีนี้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าให้มีความสมดุล และกระชับความร่วมมือที่เกื้อกูลกัน

เจียง เสี่ยวเจวียน (Jiang Xiaojuan) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน (University of Chinese Academy of Social Sciences) และอดีตรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจีน ได้ขึ้นกล่าวบรรยายพิเศษเจาะลึกโมเดลธุรกิจใหม่ยุค AI อย่าง “Born Global” หรือธุรกิจที่ลุยตลาดโลกตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบเดิมที่บริษัทต้องสร้างรากฐานในประเทศให้มั่นคงก่อนขยายไปต่างประเทศ โมเดลใหม่นี้เน้นพัฒนาเทคโนโลยี สินค้า และบริการเพื่อปักหมุดเจาะตลาดโลกตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัท โดยอาจารย์เจียงอธิบายเสริมว่า ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ บวกกับการยกระดับขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมของจีน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันสู่โลกาภิวัตน์ระลอกใหม่ พร้อมเน้นย้ำว่าภาคธุรกิจต้องปรับวิธีคิดให้เป็นสากล มุ่งสร้างแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่น ดำเนินธุรกิจแบบร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน และปฏิบัติตามเกณฑ์ข้อบังคับในระดับสากล ส่วนในระดับนโยบายนั้น ได้เรียกร้องให้เพิ่มความโปร่งใส ความสะดวกสบาย และความชัดเจนที่คาดการณ์ได้ สำหรับการเคลื่อนย้ายทรัพยากรด้านนวัตกรรมข้ามแดน โดยมีกลไกทางสถาบันรองรับ เพื่อขับเคลื่อนโลกาภิวัตน์ที่มีมาตรฐานสูง

วิลเลียม หวง (William Huang) หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัท อีวาย (EY) ประจำภูมิภาคจีนตอนใต้ ชี้ให้เห็นว่า โลกาภิวัตน์กำลังก้าวสู่รูปแบบธุรกิจที่มีความหลากหลายและเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยภาคเอกชนจีนได้ยกระดับจากการส่งออกเพียงตัวสินค้า ไปสู่การส่งออกศักยภาพ ทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) การบริหารจัดการซัพพลายเชน และความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน ซึ่งงานแคนตันแฟร์ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจจีนและต่างชาติได้พบปะกันจริง อันเป็นการวางรากฐานสู่การเป็นพันธมิตรที่ยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่จู เล่ย (Zhu Lei) รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท กรี อิเล็คทริค แอพพลายแอนซ์ (Gree Electric Appliances) ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากการเข้าร่วมงานแคนตันแฟร์ต่อเนื่องถึง 31 ปี โดยสะท้อนวิวัฒนาการขององค์กรฯ ตั้งแต่การส่งออกสินค้า ไปจนถึงการร่วมพัฒนากระบวนการผลิตในต่างแดน กรีใช้กลยุทธ์ดึงศักยภาพท้องถิ่นมาเป็นกำลังหลักในการดำเนินธุรกิจระดับสากล โดยยกตัวอย่างโรงงานในบราซิลที่มีการจ้างแรงงานท้องถิ่นสูงถึง 98% ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ ลงหลักปักฐานได้อย่างมั่นคงในชุมชน

เจียง ฉง (Jiang Cong) รองประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท เสียวหมี่ กรุ๊ป (Xiaomi Group) และผู้จัดการทั่วไปฝ่าย AIoT Go-to-Market (GTM) ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีต่างเผชิญปัญหาท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศที่แตกต่างไปจากธุรกิจการค้าแบบดั้งเดิม เพราะสิ่งที่นำเสนอไม่ได้มีเพียงตัวสินค้า แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และการบริการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การจะได้รับความไว้วางใจในระดับสากล องค์กรทั้งหลายจึงต้องมีขีดความสามารถทางเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง ปฏิบัติตามเกณฑ์ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นลงทุนเพื่อสร้างความกลมกลืนกับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองผู้ซื้อจากต่างประเทศนั้น แคน ยิลดิริม (Can Yildirim) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เซเวอริน (Severin) เน้นย้ำว่า “อนาคตของความร่วมมืออยู่ที่การร่วมสร้างสรรค์คุณค่า” โดยได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ของบริษัทฯ ในการทำตลาดจีนยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ตลอดจนการตั้งรากฐานในเมืองเซินเจิ้น พร้อมสนับสนุนให้ธุรกิจจีนและต่างชาติร่วมกันสร้างสมดุลระหว่างการแข่งขันกับการผนึกกำลังทางธุรกิจ

เหลียง ยู่เทียน (Liang Yutian) รองผู้อำนวยการสถาบันนานาชาติและภูมิภาคศึกษา มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น ได้ขึ้นบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการบูรณาการการค้าและการลงทุนว่า นิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการประสานทั้งสองภาคส่วนเข้าด้วยกัน ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานต่างเห็นตรงกันว่า แม้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง ควบคู่กับแรงกดดันต่อระบบพหุภาคีและระเบียบโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่การเปิดเสรีและการผนึกกำลังความร่วมมือยังคงเป็นเทรนด์หลักของโลก

สำหรับการประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ลนั้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2564 ถือเป็นฟอรัมระดับสูงด้านการค้าระหว่างประเทศงานแรกที่จัดขึ้นภายในงานแคนตันแฟร์ และเนื่องในวาระการจัดงานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 140 ซึ่งเป็นศูนย์รวมนักธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก การประชุมในปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ทั้งของจีนและต่างประเทศ โดยฉันทามติจากการประชุมครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยให้ภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน พร้อมสำรวจหาโอกาสใหม่ ๆ ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า เพื่อมุ่งสู่อนาคตการค้าโลกที่เติบโตก้าวหน้าอย่างทั่วถึง

 

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (ปาล์ม / Krapalm) คนข่าวไอทีและผู้ให้บริการรับลงบทความ SEO จาก Krapalm.com และ digitalmore.co ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ (krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย) ติดตามและทักทายกันได้ที่ Twitter, FB, IG: @krapalm

ดูบทความทั้งหมด →