Skip to content
Home » News » Apple เตรียมเปิดตัว iPad mini รุ่นแรกที่มาพร้อมความสามารถกันน้ำภายในปีนี้

Apple เตรียมเปิดตัว iPad mini รุ่นแรกที่มาพร้อมความสามารถกันน้ำภายในปีนี้

ตลาดแท็บเล็ตกำลังจะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ Apple มีแผนเปิดตัว iPad mini รุ่นใหม่ล่าสุดภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยไฮไลต์เด่นคือการเป็น iPad รุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้มีคุณสมบัติกันน้ำ ซึ่งนับเป็นความพยายามของ Apple ในการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากขึ้น และยังเป็นการลดช่องว่างทางคุณสมบัติกับอุปกรณ์ e-reader กันน้ำบางรุ่นในตลาดปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาปัตยกรรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การป้องกันน้ำเข้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอัปเกรดส่วนประกอบภายในที่สำคัญ

การออกแบบใหม่เพื่อคุณสมบัติกันน้ำและนวัตกรรมเสียง

Apple ได้พัฒนาดีไซน์ตัวเครื่องของ iPad mini ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทนทานต่อน้ำในระดับเดียวกับ iPhone รายงานระบุว่า Apple ได้ออกแบบระบบลำโพงแบบใช้การสั่นสะเทือน ซึ่งช่วยกำจัดความจำเป็นในการมีช่องลำโพงแบบเดิม เสียงจะถูกส่งออกมาจากพื้นผิวเรียบของโครงเครื่อง ทำให้บางส่วนของตัวเครื่องกลายเป็นแผ่นไดอะแฟรมลำโพง และขจัดจุดเข้าหลักของน้ำและฝุ่นละออง วิธีการนี้แตกต่างจาก iPhone ที่ใช้กาวและปะเก็นในการปิดผนึกช่องเปิดลำโพงและจุดเข้าอื่น ๆ แม้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยันระดับ IP rating อย่างเป็นทางการ แต่ iPhone ปัจจุบันมีค่า IP68 ซึ่งสามารถทนทานต่อการจมน้ำลึกสูงสุด 6 เมตรได้นาน 30 นาที แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากสิทธิบัตรของ Apple ตั้งแต่ปี 2014 ที่อธิบายถึงระบบเสียงแบบแผงที่ทำงานด้วยกลไก เพื่อสร้างเสียงโดยไม่จำเป็นต้องมีตะแกรงลำโพงเลย การเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำให้แก่ iPad mini เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างน้อยสี่ประการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ นอกเหนือจากการออกแบบด้านเสียงและการกันน้ำ Apple ยังอัปเกรดเทคโนโลยีหน้าจอและหน่วยประมวลผลอย่างมีนัยสำคัญ
  • จอแสดงผล OLED: iPad mini จะเป็น iPad รุ่นที่สองต่อจาก iPad Pro ที่ใช้เทคโนโลยี OLED หน้าจอ OLED มอบคอนทราสต์ที่สูงกว่า สีดำสนิท และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหน้าจอ LCD ใน iPad mini 7 แหล่งข่าวจากเกาหลีระบุว่าแผงหน้าจอจะมีขนาด 8.4 นิ้ว ใช้ดีไซน์ LTPS และมีอัตรารีเฟรช 60Hz ซึ่งหมายความว่าจะไม่รองรับ ProMotion
  • การก้าวกระโดดของหน่วยประมวลผล: Apple มีแผนอัปเกรดโปรเซสเซอร์ครั้งใหญ่สำหรับแท็บเล็ตนี้ โดยรหัสที่เผยแพร่โดยบังเอิญจาก Apple ชี้ไปที่ชิป A19 Pro ซึ่งใช้ใน iPhone Air ขณะที่หลักฐานอื่น ๆ ใน macOS kernel debug kit บ่งชี้ว่าอุปกรณ์อาจใช้ชิป A20 Pro ที่ยังไม่เปิดตัว ซึ่งเป็นการอัปเกรดจากชิป A17 Pro ที่ใช้ใน iPad mini รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2024 พร้อมรองรับ Apple Intelligence
iPad mini รุ่นปัจจุบันเริ่มต้นที่ราคา $599 หลังจาก Apple ได้ปรับเพิ่มราคาในเดือนมิถุนายน และ Gurman เคยประเมินว่ารุ่น OLED อาจมีราคาสูงขึ้นอีกถึง $100 อย่างไรก็ตาม การประมาณการนี้เป็นข้อมูลก่อนการปรับราคาในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

วิเคราะห์เชิงเทคนิคและมุมมองจาก krapalm

การมาของ iPad mini กันน้ำ ไม่เพียงแต่เป็นเพียงการเพิ่มคุณสมบัติให้ทนทานขึ้น แต่เป็นการขยายขอบเขตการใช้งานของอุปกรณ์อย่างมีนัยสำคัญสำหรับผู้ใช้ระดับมืออาชีพและผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการความยืดหยุ่น การเปลี่ยนไปใช้จอ OLED พร้อมกับการยกระดับชิปเซ็ต แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ Apple ในการรักษาประสิทธิภาพและความพรีเมียมของ iPad mini ให้ก้าวทันเทคโนโลยีหลักของบริษัท การนำระบบลำโพงแบบสั่นสะเทือนมาใช้สะท้อนถึงนวัตกรรมด้านวิศวกรรมที่คำนึงถึงทั้งฟังก์ชันการกันน้ำและคุณภาพเสียง สิ่งนี้มีความหมายต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันที่อาจใช้ประโยชน์จากความทนทานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย และยังเป็นการส่งสัญญาณว่า Apple ยังคงมองเห็นศักยภาพของแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

iPad mini กันน้ำ
iPad mini กันน้ำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

❓ เทคโนโลยีกันน้ำสำหรับ iPad mini รุ่นใหม่ทำงานอย่างไร

iPad mini รุ่นใหม่จะใช้ระบบลำโพงแบบสั่นสะเทือนที่สร้างเสียงจากพื้นผิวเรียบของโครงเครื่อง แทนที่จะเป็นช่องลำโพงแบบดั้งเดิม วิธีนี้ช่วยขจัดจุดเข้าหลักของน้ำและฝุ่นละออง ซึ่งต่างจาก iPhone ที่ใช้กาวและปะเก็นในการปิดผนึก

❓ จอ OLED บน iPad mini รุ่นใหม่จะแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไร

จอ OLED จะมอบคอนทราสต์ที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน สีดำที่สนิทกว่า และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีกว่าจอ LCD ที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้า ทำให้ภาพคมชัดและมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่จะยังคงมีอัตรารีเฟรช 60Hz และไม่รองรับ ProMotion

❓ การอัปเกรดชิปประมวลผลบน iPad mini รุ่นใหม่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างไร

คาดว่า iPad mini จะได้รับการอัปเกรดเป็นชิป A19 Pro หรือ A20 Pro ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดจาก A17 Pro ในรุ่นก่อนหน้า ทำให้มีประสิทธิภาพการประมวลผลและการประมวลผลกราฟิกที่สูงขึ้นอย่างมาก รองรับการทำงานที่ซับซ้อนและแอปพลิเคชันที่ต้องการทรัพยากรมากได้อย่างราบรื่น รวมถึงการรองรับความสามารถด้าน AI ที่ดีขึ้น

ที่มา: macrumors.com

krapalm

ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (ปาล์ม / Krapalm) คนข่าวไอทีและผู้ให้บริการรับลงบทความ SEO จาก Krapalm.com และ digitalmore.co ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ (krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย) ติดตามและทักทายกันได้ที่ Twitter, FB, IG: @krapalm

ดูบทความทั้งหมด →