Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ซัพพลายเชนชื่อดังของ Apple ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าจับตาว่า Intel ได้เริ่มเดินหน้าทดสอบการผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์ Apple ในสเกลเล็กแล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่การที่ Intel ผลิตชิป Apple สำหรับ iPhone, iPad และ Mac รุ่นระดับเริ่มต้นบางรุ่น การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นการสิ้นสุดยุคที่ TSMC เป็นผู้ผลิตชิปแต่เพียงผู้เดียวให้กับ Apple มาตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งยาวนานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในห่วงโซ่อุปทานชิปของ Apple
ตามรายงานของ Kuo ระบุว่า Intel ได้เริ่มต้นทดสอบการผลิตชิปสำหรับ Apple โดยใช้กระบวนการผลิต 18A ที่ล้ำสมัย ซึ่ง Apple กำลังพิจารณาเทคโนโลยีโหนดขั้นสูงอื่น ๆ ของ Intel เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน การผลิตจริงคาดว่าจะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2027 และ 2028
อย่างไรก็ตาม Kuo ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าชิปตระกูล A-series หรือ M-series ตัวใดของ Apple ที่ Intel จะเข้ามามีบทบาทในการผลิต แต่สิ่งที่ชัดเจนคือบทบาทของ Intel จะจำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นผู้ผลิต (fabrication) เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงการออกแบบชิป ซึ่งแตกต่างจากยุคของ Mac ที่ใช้ชิป Intel ที่เป็นโปรเซสเซอร์สถาปัตยกรรม x86 ที่ Intel เป็นผู้ออกแบบทั้งหมด และ Apple ได้เริ่มเปลี่ยนผ่านออกจากโปรเซสเซอร์ Intel ใน Mac ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา
ประโยชน์ที่ Apple จะได้รับจากการมี Intel ร่วมผลิตชิป
การกระจายแหล่งผลิตชิปจากผู้ผลิตหลายรายถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ Apple ด้วยการมีผู้จัดหาชิปถึงสองรายจะช่วยให้ Apple สามารถต่อรองต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงได้ รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านอุปทานและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ผลิตรายเดียว
นอกจากนี้ การกลับมาจับมือกับ Intel ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน อาจช่วยให้ Apple ได้รับความชื่นชอบจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนี้ Kuo ยังคงยืนยันว่า TSMC จากไต้หวันจะยังคงรับผิดชอบการผลิตชิปของ Apple มากกว่า 90% อยู่ดี ซึ่งหมายความว่า Intel จะเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่เป็นรุ่นระดับเริ่มต้นและเพื่อวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์เป็นหลัก
ความหมายของการร่วมมือครั้งนี้ในมุมมองของเรา
การที่ Apple หันมาใช้ Intel ในการผลิตชิปบางส่วน ถือเป็นการเดินเกมที่น่าสนใจในหลายมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องการลดต้นทุนหรือเสริมความมั่นคงด้านซัพพลายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย การร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่า Apple ยังคงมองหาทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้การผลิตชิปมีความยืดหยุ่นมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ iPhone, iPad และ Mac รุ่นเริ่มต้น ซึ่งอาจเป็นตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนสูง หากมองในภาพรวมแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณของการปรับสมดุลในห่วงโซ่อุปทานชิปที่ซับซ้อนของ Apple มากกว่าจะเป็นการลดบทบาทของ TSMC อย่างมีนัยสำคัญในอนาคตอันใกล้ครับ
ที่มา: macrumors.com