เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Apple และ Meta ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านร่างกฎหมาย C-22 ของแคนาดาอย่างชัดเจน ประเด็นหลักคือความกังวลว่าร่างกฎหมายนี้อาจบังคับให้บริษัทต้องสร้าง ‘ช่องทางลับ’ หรือ ‘backdoor’ เพื่อเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ที่ได้รับการการเข้ารหัส (encryption) ซึ่งหากกฎหมายนี้ผ่านสภา จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้
ร่างกฎหมาย C-22: จุดยืนที่ขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและบริษัทเทคฯ
ร่างกฎหมาย C-22 ที่เสนอโดยพรรค Liberal ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดปัจจุบันของแคนาดา มีเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของแคนาดาระบุว่าจะช่วยให้พวกเขาสามารถสืบสวนภัยคุกคามด้านความปลอดภัยได้เร็วขึ้นและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม Apple และ Meta มองว่าข้อกำหนดเหล่านั้นอาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างร้ายแรง
Apple ได้ให้ถ้อยแถลงกับ Reuters โดยระบุว่า “ในช่วงเวลาที่ภัยคุกคามจากผู้ไม่หวังดีที่พยายามเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้เพิ่มขึ้นและแพร่หลาย ร่างกฎหมาย C-22 ตามที่เขียนขึ้น จะบ่อนทำลายความสามารถของเราในการนำเสนอคุณสมบัติความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ผู้ใช้คาดหวังจาก Apple กฎหมายนี้อาจอนุญาตให้รัฐบาลแคนาดาบังคับให้บริษัทต่างๆ ทำลายการเข้ารหัสด้วยการแทรกช่องทางลับเข้าไปในผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ Apple จะไม่มีวันทำ”
Meta เองก็ให้เหตุผลในทำนองเดียวกัน โดยอ้างว่าร่างกฎหมายนี้มี “อำนาจที่ครอบคลุมมากเกินไป การกำกับดูแลที่น้อยนิด และการขาดการคุ้มครองที่ชัดเจน” ซึ่งอาจทำให้ชาวแคนาดาไม่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
Apple กับการต่อสู้เพื่อการเข้ารหัสและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้
สถานการณ์ที่ Apple กำลังเผชิญหน้าอยู่ในแคนาดานี้ มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยในครั้งนั้น รัฐบาลอังกฤษได้เรียกร้องให้ Apple ให้สิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาที่ผู้ใช้อัปโหลดไปยัง iCloud แบบมีการเข้ารหัสทั้งหมด ซึ่ง Apple ปฏิเสธและถอดคุณสมบัติ Advanced Data Protection ของ iCloud ออกจากสหราชอาณาจักรแทน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าอังกฤษได้ยกเลิกคำขอไปแล้ว หลังจากที่ Tulsi Gabbard ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ได้แสดงความกังวลว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวอาจละเมิดสนธิสัญญาข้อมูลบนคลาวด์และเข้าถึงข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ ได้
Tim Cook ซีอีโอของ Apple ยืนยันมาโดยตลอดว่า การเปิดช่องทางลับให้หน่วยงานรัฐบาลเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับการเข้ารหัส จะเป็นการเปิดประตูให้ “ผู้ไม่หวังดี” เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้เช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การมีช่องทางลับเช่นนั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นที่ผู้ไม่หวังดีจะค้นพบจุดเข้าถึงดังกล่าว
จุดยืนของ Apple ได้รับการตอกย้ำตั้งแต่ปี 2016 เมื่อบริษัทต่อสู้กับคำสั่งของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ปลดล็อก iPhone ของมือปืนในเหตุการณ์ San Bernardino รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งในครั้งนั้น Apple ก็ได้รับชัยชนะ
ผลกระทบและมุมมองในอนาคต
ร่างกฎหมาย C-22 ของแคนาดากำลังอยู่ระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ Apple หรือ Meta เท่านั้น แต่เป็นประเด็นที่ใหญ่กว่ามากเกี่ยวกับสมดุลระหว่างความมั่นคงของชาติกับสิทธิส่วนบุคคลในการเข้าถึงข้อมูลและการเข้ารหัส
เรามองว่าท่าทีที่แน่วแน่ของ Apple ในการปกป้องการเข้ารหัสและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล การสร้างช่องทางลับไม่เพียงแต่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสร้างช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ทั่วโลก หากกฎหมายนี้ผ่าน อาจส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ต้องเผชิญสถานการณ์คล้ายกัน และอาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลไปอย่างสิ้นเชิง
ที่มา: macrumors.com