ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Apple ในสหรัฐอเมริกา! Apple Pay ขนส่งสาธารณะ ได้ขยายการรองรับไปยัง 12 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ทำให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงแค่แตะเพื่อจ่ายค่าโดยสารด้วย iPhone หรือ Apple Watch ก็พร้อมเดินทางได้ทันที ไม่ต้องวุ่นวายกับการซื้อตั๋วหรือเติมเงินบัตรอีกต่อไป ฟีเจอร์นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความคล่องตัว แต่ยังเสริมความปลอดภัยในการชำระเงินอีกด้วย
ฟีเจอร์เด่นของ Apple Pay สำหรับการเดินทาง
หัวใจสำคัญที่ทำให้การใช้ Apple Pay ขนส่งสาธารณะ สะดวกสบายเหนือใครคือฟีเจอร์ Express Mode ที่ช่วยให้คุณแตะเพื่อจ่ายค่าโดยสารได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อกอุปกรณ์ หรือยืนยันตัวตนด้วย Face ID/Touch ID เลยแม้แต่น้อย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาเร่งด่วนในชั่วโมงเร่งด่วน
การตั้งค่า Express Mode ก็แสนง่าย เพียงเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Settings (การตั้งค่า) เลือก Wallet & Apple Pay (กระเป๋าสตางค์และ Apple Pay) จากนั้นเลือก Express Transit Card (บัตรเดินทางด่วน) เพื่อเพิ่มบัตรเครดิต, บัตรเดบิต หรือบัตรเดินทางเฉพาะของระบบขนส่งนั้นๆ เข้าไปได้ทันที เมื่อเลือกบัตรที่ผูกกับ Express Mode แล้ว การชำระเงินค่าโดยสารจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าทึ่งคือ Power Reserve ซึ่งมีอยู่ใน iPhone รุ่น XS และใหม่กว่า ทำให้ผู้ใช้ยังคงสามารถชำระค่าโดยสารได้แม้แบตเตอรี่ iPhone จะหมดแล้วก็ตาม โดยสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 5 ชั่วโมงหลังจากการที่เครื่องดับไป ฟีเจอร์นี้สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ที่ต้องเดินทางอยู่เสมอ
12 เมืองใหญ่ในสหรัฐฯ ที่รองรับ Apple Pay Transit
ณ ขณะนี้ มี 12 เมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่รองรับการใช้งาน Apple Pay สำหรับระบบขนส่งสาธารณะแล้ว ได้แก่:
- Atlanta: เพิ่งเปิดตัวระบบไร้สัมผัส MARTA ในเดือนมีนาคม 2026
- Bay Area (San Francisco): รองรับผ่านแอป Clipper หรือบัตรเครดิต
- Boston
- Chicago: ต้องใช้บัตร Ventra เท่านั้น
- Los Angeles: ต้องใช้บัตร TAP เท่านั้น และรองรับ Fare Capping (จำกัดค่าโดยสารสูงสุดต่อสัปดาห์)
- New York: ระบบ OMNY รองรับ Fare Capping ที่ 35 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ หลังจากนั้นจะฟรีตลอด 7 วัน หากใช้เครื่องเดิม
- Orange County: ระบบ Wave รองรับ Fare Capping
- Philadelphia
- Portland: ต้องใช้บัตร Hop เท่านั้น
- San Diego
- Seattle
- Washington, DC
นอกจากนี้ Apple Pay ขนส่งสาธารณะ ยังรองรับระบบขนส่งสาธารณะในหลายเมืองทั่วโลก เช่น London, Paris, Hong Kong, Tokyo, Toronto, Beijing และ Shanghai อีกด้วย ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องพกเงินสดหรือบัตรจำนวนมาก
อุปกรณ์ที่รองรับ Express Mode
เพื่อใช้งาน Express Mode กับ Apple Pay สำหรับการเดินทาง อุปกรณ์ของคุณต้องเป็นรุ่นที่รองรับดังนี้:
- iPhone: รุ่น iPhone 6s, iPhone SE (ปี 2016) และรุ่นที่ใหม่กว่า
- Apple Watch: รุ่น Apple Watch Series 1 และรุ่นที่ใหม่กว่า โดยต้องติดตั้ง watchOS 5.2.1 หรือใหม่กว่า
สรุปแล้ว Apple Pay Transit ตอบโจทย์แค่ไหน?
การที่ Apple Pay ขนส่งสาธารณะ ขยายการรองรับในสหรัฐฯ และทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Apple ในการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คนได้มากยิ่งขึ้น เรามองว่าฟีเจอร์ Express Mode และ Power Reserve เป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้เดินทางได้อย่างราบรื่น ไร้กังวล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างแบตเตอรี่หมด การไม่ต้องพกบัตรโดยสารหลายใบ หรือต่อคิวซื้อตั๋ว ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่สังคมไร้เงินสดและไร้บัตรอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้ และทำให้การเดินทางในเมืองใหญ่เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ที่มา: macrumors.com