Apple ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ Ninth Circuit เพื่อขอให้ระงับการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการกำหนด ค่าธรรมเนียม App Store ชั่วคราว โดยมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีความกับ Epic Games ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อนและยืดเยื้อที่สุดในวงการเทคโนโลยี
ทำไม Apple ถึงต้องการพักการพิจารณาคดี?
ในคำยื่นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 Apple แสดงความกังวลว่า หากศาลเขต U.S. Northern District of California เดินหน้าตัดสินใจกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมสำหรับนักพัฒนาที่เลือกใช้ลิงก์ภายนอกเพื่อการซื้อภายในแอปพลิเคชัน อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ค่าธรรมเนียม App Store ครั้งใหญ่หลายครั้ง หากต่อมาศาลสูงสุดมีคำสั่งกลับคำตัดสินทั้งหมด ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากและผลกระทบต่อนโยบายของบริษัทอย่างมาก
ปัจจุบัน Apple เสนอให้คงสถานะ ‘ปลอดค่าคอมมิชชั่น’ สำหรับการซื้อผ่านลิงก์ภายนอกไว้ก่อน จนกว่าศาลสูงสุดจะมีคำวินิจฉัย นักพัฒนาสามารถใส่ลิงก์ไปยังตัวเลือกการซื้อที่ไม่ใช่ App Store ในแอปได้ และ Apple ไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการซื้อที่เกิดขึ้นผ่านลิงก์เหล่านี้ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นมา
ย้อนรอยประเด็นพิพาท: จากคำสั่งศาลสู่การละเมิด
คดีความระหว่าง Apple และ Epic Games มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2021 เมื่อศาลมีคำสั่งห้าม (injunction) ให้ Apple ต้องอนุญาตให้นักพัฒนาสามารถนำลูกค้าไปยังช่องทางการชำระเงินของบุคคลที่สามบนเว็บไซต์ได้ผ่านลิงก์ในแอป คำสั่งนี้เกิดจากการพิจารณาคดี Epic Games ที่ Apple ชนะเกือบทั้งหมด โดยศาลไม่ได้วินิจฉัยว่า Apple มีการผูกขาดตลาด แต่ผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers ได้สั่งให้ Apple ผ่อนคลายกฎ ‘anti-steering’ สำหรับลิงก์ดังกล่าว
หลังจากนั้น Apple ได้ปรับเปลี่ยนกฎของ App Store แต่ยังคงเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นในอัตรา 12 ถึง 27 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการซื้อที่ทำผ่านลิงก์เว็บ ซึ่งต่างจากอัตราเดิมที่ 15 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมที่สูงนี้เมื่อรวมกับค่าธรรมเนียมการชำระเงินของบุคคลที่สาม ทำให้นักพัฒนาส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะเพิ่มลิงก์ดังกล่าว
Epic Games ได้กล่าวหา Apple ว่าเรียกเก็บ ‘ค่าธรรมเนียมที่ไม่ยุติธรรม’ และร้องขอให้ศาลตัดสินว่า Apple ปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือไม่ ผลคือศาลพบว่า Apple มี ‘เจตนาละเมิด’ (willful violation) และผู้พิพากษา Gonzalez Rogers ได้สั่งห้าม Apple เก็บค่าธรรมเนียมใดๆ จากลิงก์เหล่านี้ทั้งหมด Apple ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้ทันที แต่ก็ยุติการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับลิงก์ดังกล่าวในเดือนเมษายน 2025
ในเดือนธันวาคม 2025 ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินที่ผสมผสาน โดยเห็นด้วยว่า Apple ละเมิดคำสั่งศาล แต่ตั้งข้อสงสัยถึงความรุนแรงของมาตรการตอบโต้ (คือการห้ามเก็บค่าธรรมเนียมทั้งหมด) ศาลอุทธรณ์แนะนำว่า Apple ควรมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม และมอบหมายให้ศาลเขตเป็นผู้กำหนดอัตราดังกล่าว
Apple จะยื่นฎีกาอะไรต่อศาลสูงสุด?
Apple หวังว่าศาลสูงสุดจะสามารถ ‘ยกเลิกคำตัดสินของศาลเขตได้อย่างสิ้นเชิง’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้ทำ บริษัทมีแผนที่จะท้าทายคำวินิจฉัยเรื่องการละเมิดคำสั่งศาล (contempt ruling) และขอบเขตของคำสั่งศาล โดย Apple โต้แย้งว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ควรบังคับใช้กับนักพัฒนาทั่วประเทศ แต่ควรจำกัดเฉพาะนักพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับคดี Epic Games เท่านั้น
นอกจากนี้ Apple ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับการวินิจฉัยว่าบริษัทละเมิด ‘เจตนารมณ์’ ของคำสั่งศาล แทนที่จะเป็น ‘ถ้อยคำโดยตรง’ โดย Apple ยืนยันว่าไม่ควรถูกตัดสินว่าละเมิด เนื่องจากคำสั่งศาลไม่ได้ระบุคำศัพท์เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับค่าคอมมิชชั่น ประเด็นข้อโต้แย้งระหว่าง ‘เจตนารมณ์’ กับ ‘ถ้อยคำ’ นี้ อาจเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของศาลสูงสุดได้
ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
- หากศาลอุทธรณ์เห็นชอบ: การพิจารณาคำนวณ ค่าธรรมเนียม App Store ในศาลเขตจะถูกระงับไว้จนกว่าศาลสูงสุดจะมีคำตัดสิน
- หากศาลสูงสุดปฏิเสธไม่รับพิจารณาคดี: คำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะยังคงอยู่ และศาลเขตจะดำเนินการตัดสินใจเรื่องค่าธรรมเนียมต่อไป
- หากศาลอุทธรณ์ปฏิเสธคำร้องของ Apple: ศาลเขตจะเริ่มกระบวนการคำนวณค่าธรรมเนียมในขณะที่ Apple ยื่นฎีกาต่อศาลสูงสุดและรอผลการพิจารณาไปพร้อมกัน
อนาคตของค่าธรรมเนียม App Store จะเป็นอย่างไรต่อไป?
การต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของรูปแบบธุรกิจในยุคดิจิทัล และความท้าทายในการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ยุติธรรมสำหรับทั้งแพลตฟอร์มและนักพัฒนา ในมุมมองของเรา การที่ Apple พยายามยื่นฎีกาต่อศาลสูงสุดแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างถึงที่สุดในการปกป้องโมเดลรายได้ของตน และต้องการความชัดเจนจากอำนาจตุลาการสูงสุด การตัดสินใจของศาลสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการรับพิจารณาคดีหรือไม่ จะมีผลกระทบอย่างมากต่อทิศทางของ ค่าธรรมเนียม App Store และนโยบายของแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันทั่วโลกในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่นักพัฒนาและผู้บริโภคทั่วโลกต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด
ที่มา: macrumors.com