วงการหูฟังพรีเมียมกำลังจะคึกคักอีกครั้ง เมื่อ Apple เตรียมเปิดตัว AirPods Max 2 ที่แม้จะยังคงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม แต่ก็มาพร้อมการอัปเกรดภายในและฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มความสามารถให้ Digital Crown สามารถใช้เป็นรีโมตควบคุมกล้องถ่ายภาพและวิดีโอได้โดยตรงจากหูฟัง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้กับผู้ใช้ iPhone และ iPad อย่างมาก เตรียมสั่งซื้อได้ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ สนนราคาเริ่มต้นที่ $549 ก่อนวางจำหน่ายจริงช่วงต้นเดือนเมษายน
ฟีเจอร์เด่น Digital Crown ที่เพิ่มเข้ามาบน AirPods Max 2
สำหรับ AirPods Max 2 สิ่งที่โดดเด่นและสร้างความแปลกใหม่คือฟีเจอร์ Camera Remote ที่ฝังอยู่ในการทำงานของ Digital Crown ผู้ใช้สามารถกด Digital Crown หนึ่งครั้งเพื่อถ่ายภาพ หรือเริ่มต้น/หยุดการบันทึกวิดีโอได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันกล้องของ Apple เอง หรือแอปกล้องจากนักพัฒนารายอื่นที่รองรับบน iPhone หรือ iPad
ฟีเจอร์นี้จะทำงานได้เมื่อ AirPods Max 2 มีเฟิร์มแวร์ล่าสุด และจับคู่กับ iPhone หรือ iPad ที่รันระบบปฏิบัติการ iOS 26.4 หรือ iPadOS 26.4 ขึ้นไป ซึ่งซอฟต์แวร์เวอร์ชันดังกล่าวปัจจุบันยังอยู่ในช่วงทดสอบเบต้า แต่คาดว่าจะพร้อมปล่อยอัปเดตในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการวางจำหน่าย AirPods Max 2 ในช่วงต้นเดือนเมษายน
การควบคุม Digital Crown ทั้งหมดบน AirPods Max 2
นอกเหนือจากฟีเจอร์ Camera Remote แล้ว Digital Crown บน AirPods Max 2 ยังคงทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันพื้นฐานอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วนเช่นเดิม ซึ่งรวมถึง:
- หมุน: ปรับระดับเสียง
- กดหนึ่งครั้ง: เล่นหรือหยุดเพลง/สื่อ, รับสายโทรศัพท์, ปิด/เปิดไมค์, และฟีเจอร์ควบคุมกล้อง
- กดสองครั้ง: วางสายโทรศัพท์, ข้ามเพลงไปข้างหน้า
- กดสามครั้ง: ย้อนกลับเพลง
- กดค้างไว้: เรียกใช้งาน Siri
การอัปเกรดอื่นๆ ที่น่าสนใจใน AirPods Max 2
นอกจากการปรับปรุง Digital Crown แล้ว AirPods Max 2 ยังได้รับการอัปเกรดสำคัญอีกหลายด้านเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เพื่อยกระดับประสบการณ์การฟังให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็น:
- ชิป H2: ประมวลผลเสียงได้ดียิ่งขึ้น
- ระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) ที่เพิ่มประสิทธิภาพ: ตัดเสียงรบกวนได้เงียบสนิทกว่าเดิม
- คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น: ให้รายละเอียดเสียงที่คมชัดและสมจริงยิ่งขึ้น
- Adaptive Audio: ปรับแต่งเสียงตามสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ
- Conversation Awareness: ลดเสียงรบกวนและเพิ่มเสียงสนทนาเมื่อมีการพูดคุย
- Voice Isolation: แยกเสียงพูดของผู้ใช้ให้ชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
- Live Translation: รองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์
- คำสั่ง Siri ที่สั้นลง: สามารถเรียกใช้งาน Siri ได้ด้วยคำว่า “Siri” นอกเหนือจาก “Hey Siri”
สรุปมุมมองและน่าใช้แค่ไหน?
ในฐานะผู้ที่ติดตามวงการเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน เรามองว่าการอัปเกรดใน AirPods Max 2 ครั้งนี้ แม้จะไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์ภายนอก แต่ก็เป็นการปรับปรุงที่เน้นประสบการณ์การใช้งานภายในอย่างแท้จริง การเพิ่มฟีเจอร์ Camera Remote บน Digital Crown ถือเป็นลูกเล่นที่ชาญฉลาดและเพิ่มความสะดวกสบายอย่างคาดไม่ถึงสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพหรือวิดีโอด้วย iPhone/iPad นอกจากนี้ การยกระดับชิป H2 และฟีเจอร์ด้านเสียงต่างๆ เช่น Adaptive Audio และ Live Translation ยิ่งทำให้ AirPods Max 2 เป็นหูฟังพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความบันเทิงและการทำงานได้ครบครันยิ่งขึ้น สำหรับแฟนๆ Apple ที่กำลังมองหาหูฟังครอบหูระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมนวัตกรรมและผสานการทำงานกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง.
ที่มา: macrumors.com