Apple ได้ประกาศเปิดตัว AirPods Max 2 หูฟังพรีเมียม Over-Ear รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งสำคัญด้วยชิป H2 ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนฟีเจอร์เสียงใหม่ ๆ และการปรับปรุงประสิทธิภาพที่น่าสนใจหลายประการ หูฟังรุ่นนี้ยังคงดีไซน์ที่คุ้นเคย แต่เน้นการยกระดับคุณภาพเสียงและการเชื่อมต่อให้เหนือกว่าเดิม เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน
ยกระดับพลังเสียงด้วยชิป H2 พร้อมฟีเจอร์เด่น
การมาของชิป H2 ซึ่งเคยถูกนำไปใช้แล้วใน AirPods 4 และ AirPods Pro 2 ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ AirPods Max 2 ชิปตัวนี้ทำงานร่วมกับวงจรขยายเสียง High Dynamic Range Amplifier ใหม่ เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น พร้อมฟีเจอร์เด่นที่ Apple ระบุไว้ดังนี้:
- การตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (Active Noise Cancellation): เพิ่มประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 1.5 เท่า ด้วยพลังของชิป H2 และอัลกอริทึม Computational Audio ใหม่ที่ตรวจจับและตอบโต้เสียงภายนอกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- Adaptive Audio: ระบบเสียงอัจฉริยะที่ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมรอบตัวโดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงฟังก์ชัน Loud Sound Reduction ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอกที่ดังมาก เช่น เสียงเครื่องตัดหญ้า หรือเสียงก่อสร้าง
- Personalized Volume: ฟีเจอร์ Adaptive Audio อีกตัวที่เรียนรู้ความชอบในการปรับระดับเสียงของผู้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และปรับระดับเสียงให้อัตโนมัติเมื่อเวลาผ่านไป
- Conversation Awareness: เมื่อผู้ใช้งานเริ่มพูดคุย ระบบจะลดระดับเสียงเพลงลงโดยอัตโนมัติ พร้อมขยายเสียงสนทนาให้ชัดเจนขึ้น และจะกลับมาเป็นระดับเสียงเดิมเมื่อหยุดพูด
- Transparency Mode: Apple ใช้อัลกอริทึม Digital Signal Processing ใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับชิป H2 และไมโครโฟนของ AirPods Max ทำให้เสียงจากภายนอกฟังดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น รวมถึงเสียงพูดของผู้ใช้งานเองด้วย
- คุณภาพเสียงความละเอียดสูง (High-fidelity audio): ชิป H2 และวงจรขยายเสียงใหม่มอบ Headroom ที่มากขึ้นสำหรับไดรเวอร์ ทำให้ได้เสียงเบสที่แน่นขึ้น เสียงร้องเป็นธรรมชาติ และการแยกตำแหน่งเครื่องดนตรีที่ดีขึ้น ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์เสียงเบสที่แม่นยำและสม่ำเสมอ พร้อมเสียงกลางและเสียงสูงที่เป็นธรรมชาติ
- Adaptive EQ: ระบบปรับ EQ อัตโนมัติที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับชิป H2 โดยขยายช่วงความถี่สูงขึ้น ใช้ไมโครโฟนด้านในเพื่อสุ่มตัวอย่างเสียงที่ผู้ใช้งานได้ยิน และปรับการเล่นแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การฟังที่สม่ำเสมอไม่ว่าจะสวมใส่ในลักษณะใด หรือมีการเคลื่อนไหว
- Voice Isolation: ฟังก์ชันที่แยกเสียงพูดของผู้ใช้งานออกจากเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เพื่อให้คู่สนทนาได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นขณะโทร หรือช่วยให้ครีเอเตอร์บันทึกเสียงร้องคุณภาพสูงได้
- ลดความหน่วงของเสียงไร้สาย: ชิป H2 ช่วยลดความหน่วงของสัญญาณเสียงไร้สาย ทำให้การเล่นเกมหรือรับชมคอนเทนต์ไม่มีดีเลย์
ฟีเจอร์อื่น ๆ และการเชื่อมต่อ
นอกจากฟีเจอร์ด้านเสียงแล้ว ชิป H2 ยังปลดล็อกความสามารถอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเสียงโดยตรง เช่น Live Translation, ฟังก์ชันควบคุมกล้องจากระยะไกล และการเรียกใช้งาน Siri โดยไม่ต้องใช้คำว่า “หวัดดี” (Hey) นอกจากนี้ AirPods Max 2 ยังรองรับ Bluetooth 5.3 ซึ่งอัปเกรดจาก Bluetooth 5.0 ในรุ่นก่อนหน้า
คุณสมบัติเดิมที่ยอดเยี่ยมจาก AirPods Max รุ่นแรกยังคงมีอยู่ครบถ้วน เช่น Personalized Spatial Audio, การจับคู่ที่รวดเร็ว และการสลับอุปกรณ์อัตโนมัติ Apple ยืนยันว่า AirPods Max 2 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบ ทำให้รูปลักษณ์และความรู้สึกในการสวมใส่ยังคงเดิม
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ AirPods Max แตกต่างจาก AirPods Pro 3 คือความสามารถในการเล่นเพลงแบบ Lossless Audio โดยการเชื่อมต่อแบบใช้สาย USB-C เข้ากับอุปกรณ์ จะสามารถรองรับเสียง Lossless คุณภาพ 24-bit 48kHz ซึ่ง AirPods Pro ยังไม่สามารถทำได้
ราคาและวันวางจำหน่าย
AirPods Max 2 วางจำหน่ายในราคา 549 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดย Apple จะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันพุธที่ 25 มีนาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในช่วงต้นเดือนเมษายน แม้ว่าจะยังไม่มีการระบุวันที่ที่แน่นอน
AirPods Max 2: คุ้มค่าน่าอัปเกรดแค่ไหน?
สำหรับเราแล้ว การอัปเกรดชิป H2 ใน AirPods Max 2 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การฟังให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟีเจอร์ Adaptive Audio และการปรับปรุง ANC ที่เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานได้รับความเงียบสงบและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น ฟังก์ชัน Lossless Audio ผ่านสาย USB-C เป็นสิ่งที่นักฟังเพลงตัวยงรอคอยมานาน และเป็นจุดที่ทำให้ AirPods Max ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงสุดในระบบนิเวศของ Apple ส่วนตัวมองว่า แม้ราคาจะยังคงอยู่ในระดับพรีเมียม แต่สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียง, เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน และความครบครันของฟีเจอร์ใน Ecosystem ของ Apple แล้ว AirPods Max 2 เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน
ที่มา: macrumors.com