กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย – Media OutReach Newswire – 12 กุมภาพันธ์ 2569 – XTransfer แพลตฟอร์มชำระเงินสำหรับการค้าข้ามพรมแดนแบบ B2B ชั้นนำของโลก ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงาน Malaysia Economic Forum (Forum Ekonomi Malaysia 2026) โดยภายในงาน Bill Deng ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ XTransfer ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อเสวนา “Made by Malaysia: Accelerating Technology Applications & Innovation” โดยนำเสนอแนวทางที่มาเลเซียสามารถเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้ขยายการส่งออกได้อย่างมีศักยภาพ ภายใต้กรอบแผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 13 (13MP)

Bill Deng (ที่สองจากขวา) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ XTransfer ร่วมเป็นวิทยากรในงาน Forum Ekonomi Malaysia 2026
Bill Deng เผยว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเสวนากับ YB Liew Chin Tong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย และOoi Ching Liang ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมจาก SkyeChip การเสวนาครั้งนี้เน้นไปที่การเสริมสร้างอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มสูง การผลักดันการนำผลงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ตลอดจนการยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกได้
จากประสบการณ์ของ XTransfer ที่ทำงานร่วมกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในหลากหลายตลาด Bill Deng ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจจำนวนมากในมาเลเซีย “มีศักยภาพในการส่งออก” อยู่แล้ว แต่ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถขยายการส่งออกได้เต็มที่ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือความน่าเชื่อถือ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และข้อจำกัดด้านขนาดการดำเนินงาน ซึ่งมักสะท้อนออกมาในรูปของความล่าช้าในการชำระเงิน การขอเอกสารซ้ำซ้อน ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และแรงกดดันด้านเงินทุนหมุนเวียนเมื่อคำสั่งซื้อเพิ่มสูงขึ้น
Bill Deng กล่าวว่า “สำหรับผู้ประกอบการ SME แบบ B2B ที่ทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องอุปสงค์ของตลาด แต่เป็นความซับซ้อนของกระบวนการดำเนินงานเบื้องหลังของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารอัตราแลกเปลี่ยน และการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยเฉพาะข้อกำหนดการตรวจสอบเพื่อป้องกันการฟอกเงิน (AML) ซึ่งมักสร้างความยากลำบากทั้งต่อธนาคารแบบดั้งเดิมและผู้ประกอบการ SME ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความติดขัดในกระบวนการ และทำให้การค้าถูกต้องตามกฎหมายดำเนินไปได้ช้าลง”
เขายังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของกระแสการค้าโลก จากเดิมที่พึ่งพาเส้นทางการค้าหลักเพียงไม่กี่ช่องทาง ไปสู่เส้นทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น การค้าที่ไม่ผ่านสหรัฐฯ การค้าภายในเอเชีย และการค้าในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (South–South) ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนชัดเจนมากขึ้นจากรูปแบบธุรกรรมจริงของผู้ประกอบการ SME โดย Bill Dengเปิดเผยว่า “ในปี 2568 ยอดเรียกเก็บเงินเฉลี่ยของ XTransfer จากภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา เติบโตขึ้นถึง 106% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแอฟริกาเติบโตเกิน 270% ลาตินอเมริกาขยาย 94% และอาเซียนแตะที่ 82%” ด้าน YB Liew รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย ระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวเป็นทิศทางสำคัญที่มาเลเซียควรให้ความสำคัญและควรเดินหน้าผลักดันต่อไป
XTransfer ยังเผยถึงแผนผลักดันให้มาเลเซียเป็นศูนย์กลางด้านการกำกับดูแลระดับภูมิภาคของบริษัท โดยอ้างถึงความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและเขตเวลา โครงสร้างกฎระเบียบที่มีความพร้อม บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง ตลอดจนต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “มาเลเซียมีพร้อมทั้งบุคลากรคุณภาพ สภาพแวดล้อมด้านธรรมาภิบาล และความใกล้ชิดกับตลาดในภูมิภาค ซึ่งเอื้อต่อการขยายขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลของเรา ในช่วงเวลาที่การค้าภายในเอเชียและตลาดเกิดใหม่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
