
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 20 มกราคม 2569 – เสียวหมี่ ประเทศไทย ขอส่งต่อความแข็งแกร่งระดับไททัน แก่ผู้ให้บริการ Grab / LINE MAN / Bolt (Rider & Driver) ทุกท่านในการทำหน้าที่ส่งต่อความสุขในทุกสภาวะอากาศและสถานการณ์ด้วย REDMI Note 15 Series ที่มาพร้อมความทนทานต่อแรงกระแทกถึง 2.5 เมตร ผ่านการรับรองกันน้ำ 24 ชม. ที่ความลึก 2 เมตร โดยมอบส่วนลดทันที 5%1 เมื่อซื้อ REDMI Note 15 Series ทุกรุ่นตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store หรือที่เว็บไซต์ www.mi.com/th15 เพียงกดรับโค้ดส่วนลดในแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการของตนเอง แล้วมาแสดงหน้าร้านหรือกรอกลงในเว็บไซต์ก่อนขั้นตอนการชำระเงิน
REDMI Note 15 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ ซึ่งประกอบไปด้วย REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมประสิทธิภาพความทนทานระดับไททันในทุกรุ่น และถูกออกแบบมาเพื่อรับมือทุกความท้าทายในชีวิตประจำวัน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจให้คุณใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G ให้ขนาดความจุ 6500mAh และ REDMI Note 15 Pro 5G ให้แบตเตอรี่ขนาด 6580mAh
นอกจากนี้สมาร์ทโฟนรุ่น Pro ยังใช้แบตเตอรี่ SiC ที่จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จมาแล้วกว่า 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปที่ยาวนานประมาณ 6 ปี3 ในขณที่ REDMI Note 15 5G ใช้แบตเตอรี่ SiC ขนาดความจุ 5520mAh2 และ REDMI Note 15 ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุถึง 6000mAh2 ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับเพื่อแบ่งปันพลังงานให้กับอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย4
ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่น Pro ทั้งสองรุ่นยังยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการรับรองประสิทธิภาพระดับพรีเมียมจาก SGS Premium Performance5 ในด้านการความทนต่อการตกกระแทก การกดทับ และการงอ และเพิ่มความแกร่งยิ่งขึ้นด้วยโครงสร้าง REDMI Titan ที่ผสานเข้ากับแผงวงจรหลักที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่เสริมความทนทาน และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกหลายชั้น เสริมด้วยกระจกหน้าจอ Corning® Gorilla® Glass Victus®2 จึงทำให้สามารถรองรับการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร6 ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในซีรีย์ก็ใช้โครงสร้างที่แข็งแรงทนทานซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกจาก SGS7 เช่นกันจึงมอบการปกป้องขั้นสุดให้คุณใช้งานได้อย่างไร้กังวล
นอกจากนี้ประสิทธิภาพในการกันน้ำและฝุ่นก็ไม่เป็นสองรองใคร โดยในรุ่น Pro นั้นผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K8 และทนต่อการแช่น้ำลึกได้สูงสุด 2 เมตรนานถึง 24 ชั่วโมง9 โดยมีองค์ประกอบในการกันน้ำที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด ในการป้องกันขั้นสุด ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำกระเซ็นและน้ำหกเช่นกัน ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ยังใช้เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ที่ช่วยให้หน้าจอยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำแม้หน้าจอหรือนิ้วมือจะเปียกก็ตาม
REDMI Note 15 Series ได้รับออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดเหนือระดับในทุกการภาพถ่าย พร้อมการอัปเกรดการถ่ายภาพแบบครบวงจรให้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ ด้วยการผสานรวมของเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง ระยะโฟกัสที่หลากหลาย และการถ่ายภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงไว้ในกลุ่มเดียวกัน โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ให้กล้องความละเอียดสูงถึง 200MP ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ให้กล้องคมชัดความละเอียด 108MP
ทั้งนี้สมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้นั้นขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Snapdragon และ MediaTek เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วและลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมยังให้หน้าจอขนาดใหญ่และความคมชัดมากยิ่งขึ้น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ใช้หน้าจอขนาด 6.83 นิ้ว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ใช้หน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว คุณจึงสามารถรับชมความบันเทิงได้แบบเกือบไร้ขอบจอ รวมไปถึงการเพิ่มการใช้งานที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มระดับความดังของเสียงได้สูงสุดถึง 400%10 ในสามาร์ทโฟนรุ่น Pro และ 300% ในรุ่นอื่น เพื่อให้คุณรับชมรับฟังได้อย่างเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น11
ผู้ให้บริการ Grab / LINE MAN / Bolt (Rider & Driver) ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของ REDMI Note 15 Series ทุกรุ่นและรับส่วนลดพิเศษ 5%1 ได้แล้ววันนี้ ถึง 31 มกราคม 2569 เพียงกดรับโค้ดส่วนลดในแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการของตนเอง แล้วมาแสดงหน้าร้านหรือกรอกลงในเว็บไซต์ก่อนขั้นตอนการชำระเงิน ที่ www.mi.com/th และ Xiaomi Store15 56 สาขาที่ร่วมรายการดังนี้
กระบี่
- เซ็นทรัล กระบี่
กรุงเทพมหานคร
- ซีคอนบางแค
- ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
- เซ็นทรัล บางนา
- เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
- เซ็นทรัล พระราม 2
- เซ็นทรัล พระราม 3
- เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์
- เซ็นทรัลเวิลด์
- ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค
- เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
- เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค
- บิ๊กซี พระราม 2
- บิ๊กซี รัชดาภิเษก
- ฟอร์จูนทาวน์
- แฟชั่นไอส์แลนด์
- แฟชั่นไอส์แลนด์ 2
- เมกาบางนา
- โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง
- วัน แบงค็อก
- สยามพารากอน
ฉะเชิงเทรา
- ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี
- เซ็นทรัล ชลบุรี
- เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ชลบุรี
- โรบินสันไลฟ์สไตล์ อมตะนคร
เชียงราย
- เซ็นทรัล เชียงราย
เชียงใหม่
- เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่
- บิ๊กซี หางดง
- เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่
- โลตัส เชียงใหม่ รวมโชค
นครปฐม
- เซ็นทรัล นครปฐม
- เซ็นทรัล ศาลายา
นครราชสีมา
- เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ โคราช (นครราชสีมา)
- เทอร์มินอล 21 โคราช
นครศรีธรรมราช
- เซ็นทรัล นครศรีธรรมราช
นครสวรรค์
- เซ็นทรัล นครสวรรค์
นนทบุรี
- เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ
- เซ็นทรัล เวสต์เกต
- เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์
- เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน
- โรบินสัน ศรีสมาน
ปทุมธานี
- ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 2
- ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3
- ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต
ภูเก็ต
- บิ๊กซี ภูเก็ต
- โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถลาง
ระยอง
- เซ็นทรัล ระยอง
- ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น
ราชบุรี
- โลตัส บ้านโป่ง
ลพบุรี
- บิ๊กซี ลพบุรี
สกลนคร
- โรบินสัน สกลนคร
สงขลา
- เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่
สมุทรปราการ
- บิ๊กซี อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง
- มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ
สุพรรณบุรี
- โรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี
สุราษฎร์ธานี
- เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี
REDMI Note 15 Series ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีดังต่อไปนี้
- REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB12 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black13 วางจำหน่ายในราคา 14,990 บาท15
- REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color14, Mist Purple และ Black13 โดยรุ่นความจุ 12GB+512GB12 วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB12 วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท15
- Redmi Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB12 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Mist Purple และ Black13 โดยวางจำหน่ายในราคา 8,499 บาท15
- Redmi Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB12 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Purple และ Black13 โดยวางจำหน่ายในราคา 6,699 บาท15
หมายเหตุ
1 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย
2 ความจุแบตเตอรี่ (Typical) ของ REDMI Note 15 Pro+ 5G คือ 6500mAh; REDMI Note 15 Pro 5G คือ 6580mAh; REDMI Note 15 5G คือ 5520mAh; และ REDMI Note 15 คือ 6000mAh
3 อ้างอิงจากการคำนวณเชิงทฤษฎีโดยใช้ข้อมูลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi โดยจำลองพฤติกรรมการใช้งานประจำวันของผู้ใช้ (ชาร์จและใช้งานครบหนึ่งรอบทุก 1.5 วัน) แบตเตอรี่ยังคงความจุไม่น้อยกว่า 80% หลังผ่านรอบการชาร์จ 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปมากกว่า 6 ปี ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพการทดสอบและพฤติกรรมการใช้งาน
4 รองรับการชาร์จแบบย้อนกลับผ่านสายได้สูงสุด 22.5W (สำหรับ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G) หรือ 18W (สำหรับ REDMI Note 15 Pro, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15) โดยรองรับเฉพาะอุปกรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแบตเตอรี่และปัจจัยอื่น ๆ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าโทรศัพท์มีพลังงานเพียงพอและอุปกรณ์ปลายทางรองรับการใช้งาน
ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรอง SGS 5-stars Premium Performance Certification แสดงถึงการผ่านมาตรฐานด้านความทนทานต่อการตก
5 การงอ และการกดทับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความละเอียดอ่อน ยังมีความเสี่ยงต่อความเสียหายหากเกิดการตกกระแทก โปรดใช้งานด้วยความระมัดระวัง
6 ข้อมูลความทนทานต่อการตกจากความสูง 2.5 เมตร ได้รับการรับรองโดย SGS โดยทดสอบภายใต้เงื่อนไขมาตรฐาน SGS บนพื้นหินแกรนิตเรียบ ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้อุปกรณ์ยังคงมีความเสี่ยงต่อความเสียหายหากตกกระแทก
7 ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกและการตก ตามมาตรฐาน SGS Comprehensive Shock & Drop-resistance Test
8 อุปกรณ์ได้รับการรับรองความทนทานต่อน้ำและฝุ่นเฉพาะภายใต้เงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง การรับประกันไม่ครอบคลุมความเสียหายจากของเหลวที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากเงื่อนไขการทดสอบ ประสิทธิภาพในการป้องกันอาจลดลงจากการสึกหรอ ความเสียหายทางกายภาพ หรือการถอดซ่อมแซม
9 เงื่อนไขการทดสอบความทนทานต่อน้ำประกอบด้วย การแช่น้ำจืดนิ่งลึกไม่เกิน 2 เมตร เป็นเวลาสูงสุด 24 ชั่วโมง โดยอุณหภูมิน้ำแตกต่างจากอุณหภูมิอุปกรณ์ไม่เกิน 5°C คุณสมบัติดังกล่าวใช้เฉพาะภายใต้สภาวะการทดสอบในห้องปฏิบัติการเท่านั้น
10 ข้อมูลเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าของแต่ละรุ่น ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามซอฟต์แวร์และสถานการณ์การใช้งาน
11 ข้อมูลจากการทดสอบของห้องปฏิบัติการภายใน Xiaomi โดยการเพิ่มระดับเสียง 300% หมายถึงการเพิ่มระดับเสียงเป็น 17 ระดับ จากเดิม 15 ระดับ ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไป
12 พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำ RAM ที่ใช้งานได้จริงจะน้อยกว่าความจุรวมทั้งหมด เนื่องจากมีการจัดสรรไว้สำหรับระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาล่วงหน้ากับตัวเครื่อง
13 สีและวัสดุอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละตลาด
14 คำว่า “Titanium Color” หมายถึงเพียงชื่อสีและลักษณะผิวของผลิตภัณฑ์เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของไทเทเนียมหรือโลหะผสมไทเทเนียม
15 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ราคาวางจำหน่ายและโปรโมชันอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่องทางการจำหน่าย
###
เกี่ยวกับเสียวหมี่
เสียวหมี่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก
ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นมิตรของผู้ใช้งานและบริษัทที่ทันสมัยที่สุดในใจผู้ใช้งานทุกคน” เสียวหมี่จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนานวัตกรรม ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่ลดละการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้
เสียวหมี่คือหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ในเดือนกันยายน 2568 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 741.7 ล้านรายรวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเป็นผู้นำด้านการก่อตั้งแพลทฟอร์ม AIoT (AI+IoT) ของโลกโดยมีสินค้าอัจฉริยะเชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มกว่า 1,035.5 ล้านเครื่อง ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โดยยังไม่รวมสมาร์ทโฟน แล็ปท็อปและแท็บเล็ต ในเดือนตุลาคม 2566 เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานเอาอุปกรณ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างลงตัว เสียวหมี่ให้ความสำคัญกับมนุษย์อยู่เสมอ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และในเดือนกรกฎาคม 2568 เสียวหมี่ยังติดอันดับใน Fortune Global 500 นับเป็นการติดอันดับเป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยอยู่ในลำดับที่ 297
เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index, Hang Seng TECH Index และ Hang Seng China 50 Index.
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.mi.com/global/discover/newsroom