CGTN: สาม “สมบัติล้ำค่า” ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้รับจากบิดา

วันพ่อตรงกับวันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน หรือวันที่ 20 มิถุนายนในปีนี้

พ่อมักมีอิทธิพลอย่างสูงต่อลูก ๆ และสำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็เช่นเดียวกัน

มีคุณสมบัติอย่างน้อยสามประการที่นายสี จิ้นผิง ได้รับอิทธิพลมาจากนายสี จงซุน ผู้เป็นบิดา (พ.ศ. 2456-2545) และอดีตผู้นำคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและของประเทศ

ยึดหลักปรัชญาประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ผู้นำจีนจำนวนมากเริ่มทำงานจากระดับรากหญ้าและผ่านความยากลำบากเช่นเดียวกับคนทั่วไป จึงเข้าใจความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี และเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการกำหนดนโยบายของประเทศโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและปฏิบัติได้จริง

หลักปรัชญาประชาชนเป็นศูนย์กลางคือหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่สำคัญที่สุดซึ่งนายสี จิ้นผิง ได้รับมาจากบิดา ผู้เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องอยู่ท่ามกลางประชาชน

บิดาเคยบอกกับนายสี จิ้นผิง ว่า “ไม่ว่าจะทำงานตำแหน่งใด จงรับใช้ประชาชนอย่างแข็งขัน นึกถึงประโยชน์ของประชาชนจากใจจริง รักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประชาชน และวางตัวให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายเสมอ”

นายสี จิ้นผิง ยึดมั่นใน “การรับใช้ประชาชน” โดยหลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 เขาได้เยี่ยมเยือน 14 พื้นที่ยากจนสุดขีด โดยไปตามหมู่บ้านและบอกกับชาวบ้านว่าเขาแค่มา “รับใช้ประชาชน”

ในระหว่างการตรวจเยี่ยมพื้นที่ต่าง ๆ นายสี จิ้นผิง มักพูดคุยกับชาวบ้าน ใส่ใจในความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ รับใช้ประชาชน

นายสี จิ้นผิง กล่าวในหลายโอกาสว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากประชาชน เพราะทางพรรครับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ ทั้งยังพยายามยกระดับความเป็นอยู่ของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย

เป็นคนติดดิน

นายสี จิ้นผิงได้ลักษณะนิสัยเป็นคนติดดินมาจากบิดา เขาเดินทางไปเยี่ยมทุกหมู่บ้านในอำเภอเจิ้งติ้ง มณฑลเหอเป่ย ระหว่างดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำอำเภอเจิ้งติ้งในช่วงทศวรรษ 2520 หลังจากนั้นได้เยี่ยมเยือน 9 อำเภอในเมืองหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน ภายในสามเดือนแรกหลังได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองหนิงเต๋อ และเดินทางไปเกือบทุกชุมชนในเวลาต่อมา

หลังจากที่เขาย้ายไปยังมณฑลเจ้อเจียงทางภาคตะวันออกของจีนในปี 2545 เขาได้เยี่ยมเยือนทั้งหมด 90 อำเภอภายในเวลาเพียงหนึ่งปีกว่า ต่อมาเขาได้ย้ายไปนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในปี 2550 และได้เยี่ยมเยือนทั้งหมด 19 เขตและอำเภอภายในเวลา 7 เดือน

นอกจากนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) และวัตถุประสงค์ระยะยาวถึงปี 2578 ยังสะท้อนให้เห็นว่า นายสี จิ้นผิง ยึดมั่นในการตรวจสอบและการวิจัย

เขาได้จัดและเป็นประธานการประชุมหลายต่อหลายครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจากประชาชนทุกหมู่เหล่า

ใช้ชีวิตเรียบง่าย

ตระกูลสีเข้มงวดกับลูก ๆ และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยนายสี จงซุน เชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องการจะสั่งสอนผู้อื่น ก็ต้องเริ่มจากตัวเองและครอบครัวก่อน

เมื่อครั้งยังเด็ก นายสี จิ้นผิง และน้องชาย สวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่ส่งต่อมาจากพวกพี่สาว เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หลังจากที่นายสี จิ้นผิง ได้รับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง มารดาได้เรียกประชุมครอบครัวและสั่งห้ามพี่น้องทุกคนทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานของนายสี จิ้นผิง

นายสี จิ้นผิง สืบสานธรรมเนียมของครอบครัวและเข้มงวดกับสมาชิกในครอบครัวเช่นกัน ไม่ว่าจะไปทำงานที่ใดก็ตาม เขาสั่งห้ามคนในครอบครัวทำธุรกิจที่นั่น หรือทำอะไรก็ตามโดยอ้างชื่อเขา มิเช่นนั้นเขาจะ “ไม่ปรานี” นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ฝูเจี้ยน เจ้อเจียง หรือเซี่ยงไฮ้ เขาก็ประกาศในการประชุมเจ้าหน้าที่ตลอดว่าห้ามทุกคนแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวโดยอ้างชื่อเขา และยินดีให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้

https://news.cgtn.com/news/2021-06-19/Father-s-Day-Three-treasures-Xi-Jinping-gets-from-his-father-11dOYnkTNYc/index.html

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1537072/Xi_Jinping_Xi_Zhongxun.jpg