CGTN: จีนเร่งพัฒนาวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี หวังพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น

เมื่อเกือบสองสัปดาห์ที่แล้ว จีนประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศลงจอดบนดาวอังคาร นับเป็นหลักชัยสำคัญของการสำรวจอวกาศโดยจีนและดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญอย่างการพัฒนาประเทศโดยอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพึ่งพาตนเอง และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ได้ถูกตอกย้ำอีกครั้งในโรดแมปการพัฒนาประเทศ ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่ของสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของจีน ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง

ความพอเพียงและการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมซึ่งมีผู้เข้าร่วมราว 3,000 คนว่า การยกระดับความพยายามถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างจีนให้เป็นประเทศผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนบรรลุเป้าหมายความพอเพียงและการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับที่สูงขึ้น

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงความสำคัญของการบุกเบิกเทคโนโลยีหลักในภาคส่วนสำคัญ ๆ โดยเน้นย้ำถึงการสร้างระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยกลุ่มความร่วมมือด้านนวัตกรรมซึ่งนำโดยบริษัทชั้นนำ และได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานด้านนวัตกรรมอื่น ๆ

เขาระบุว่าจำเป็นต้องกระตุ้นให้เกิดการแก้ปัญหาสำคัญ ๆ ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยพุ่งเป้าไปที่ปัญหากดดันและเร่งด่วน ก่อนที่จะขยายไปสู่การตอบสนองความต้องการในปัจจุบันและความต้องการระยะยาวของประเทศ

เขากล่าวว่า งานวิจัยพื้นฐานและงานวิจัยใหม่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขยายกระบวนการคิดไปยังขอบเขตใหม่ ๆ

ความพยายามของจีนในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นอิสระสะท้อนผ่านความสำเร็จมากมาย อาทิ การพัฒนาระบบดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว, การสำรวจอวกาศ เช่น การสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงการก่อสร้างสถานีอวกาศของตนเอง, การสร้างเรือดำน้ำลึกขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ “เฟิ่นโต้วเจ่อ” นอกจากนี้ จีนยังพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง เทคโนโลยีการสื่อสาร 5G และเทคโนโลยี AI ด้วยตนเอง

นายสี จิ้นผิง ยังตอกย้ำถึงบทบาทของสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์และห้องปฏิบัติการระดับชาติ มหาวิทยาลัยด้านการวิจัยขั้นสูง รวมถึงบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสร้างความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ให้มากขึ้น ตลอดจนพยายามแก้ปัญหาสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวมและผลประโยชน์ระยะยาวของชาติ

ผู้นำจีนกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือความพยายามในการบ่มเพาะบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับหัวกะทิและทรงอิทธิพลระดับโลก รวมถึงการสนับสนุนทีมงานด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการฝึกอบรมบุคลากรที่มีความสามารถทางเทคนิคและมีทักษะให้มีคุณภาพสูงขึ้น

กลยุทธ์การพัฒนาโดยอาศัยนวัตกรรม

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงตอกย้ำว่านวัตกรรมมีความสำคัญในการพัฒนาและสร้างจุดแข็งด้านการพัฒนาใหม่ ตามที่ระบุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) และวัตถุประสงค์ระยะยาวถึงปี 2578

ในปี 2559 รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าว่าจะทำให้จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดภายในปี 2563 และเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมภายในปี 2573 รวมทั้งเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก่อนถึงวาระครบรอบ 100 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2592

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนต้องยกระดับความพยายามในการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงวางระบบพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมอย่างรอบด้าน พร้อมกับกล่าวเสริมว่า จีนควรมีบทบาทอย่างเต็มที่ในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายใหญ่

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนและสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมจีน ในฐานะผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับชาติ ควรรับบทบาทผู้นำ พร้อมกับเสริมว่า สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของจีนควรรับผิดชอบในการประสานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เขาเรียกร้องให้จีนพยายามมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในโลกาภิบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ เช่น สาธารณสุขและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับผลักดันให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนมีส่วนร่วมมากขึ้นในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีจีนยังกล่าวอวยพรบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วประเทศ เนื่องในวันบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 30 พฤษภาคม

https://news.cgtn.com/news/2021-05-28/Xi-Jinping-stresses-sci-tech-self-strengthening-at-higher-levels-10Dr6N2aiu4/index.html

ลิงก์: https://www.youtube.com/watch?v=zaobFI65lRE