เยียวยาตัวเองอย่างไร ในวันที่คุณ…เริ่มขาดผม

การเจ็บป่วยทางกายนั้นเปรียบเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ในบางครั้งอาจส่งผลทางจิตใจต่อใครบางคนพอสมควร โดยเฉพาะโรคบางชนิดที่มีอาการเรื้อรัง ยากที่จะรักษาให้หายขาดได้ ในวันนี้เราจะมาเรียนรู้ถึงโรคผมร่วง ที่มีอาการร่วงกระจายเป็นหย่อมๆ หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคผมร่วงเป็นหย่อม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรังที่นอกจากจะทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ทางร่างกายแล้ว ยังบั่นทอนจิตใจผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้เป็นอย่างมาก

แพทย์หญิงวิสุทธิพา คุณณะรักษ์ไทย หัวหน้าแพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและเลเซอร์ โรงพยาบาลยันฮี เล่าให้เราฟังว่า “โรคผมร่วงเป็นหย่อม หรือชื่อทางการแพทย์ คือ โรค Alopecia areata เป็นโรคผมร่วงที่ผมจะหลุดร่วงเป็นหย่อมๆ ที่ศีรษะ หรือขนบริเวณอื่นในร่างกาย ซึ่งผมหลุดร่วงเป็นหย่อม อาจเริ่มจากหย่อมเดียว และกระจายเป็นหลายหย่อม อาจลุกลามเป็นผมร่วงทั้งศีรษะ หรืออาจเกิดขึ้นกับขนบริเวณอื่นในร่างกายร่วงทั้งหมดได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้เม็ดเลือดขาวมาทำลายรากผมของตนเอง นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค อาจเกิดจากความเครียด การพักผ่อนน้อย ภาวะโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น โรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ร่วมด้วย เป็นต้น

ซึ่งจากสถิติในไทย โรคดังกล่าวสามารถมีโอกาสตรวจพบผู้ป่วยได้ในสัดส่วน 1 ต่อ 1,000 คน ส่วนใหญ่พบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในการวินิจฉัยโรค แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการแสดงทางคลินิก คือ มีลักษณะผมร่วงเป็นหย่อม ลักษณะเป็นการร่วงแบบไม่มีแผลเป็น อาจมีหย่อมเดียวหรือหลายหย่อม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องได้รับการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันการวินิจฉัยด้วย”

แพทย์หญิงวิสุทธิพา ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “แม้ว่าโรคผมร่วงเป็นหย่อมนี้ จะไม่ใช่โรคติดต่อ และยังไม่มีบันทึกถึงวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดโรค แต่สามารถรักษาเพื่อให้อาการบรรเทาลงได้ โดยในการรักษา หากพบว่าคนไข้มีอาการไม่รุนแรงสามารถใช้ยาทาหรือยาฉีดกลุ่ม Steroid ได้ แต่หากเป็นมากอาจพิจารณา ให้ยากดภูมิคุ้มกันแบบอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยบางท่านอาจมีโอกาสรักษาให้หายขาด แต่เป็นที่น่าเสียดาย ผู้ป่วยบางท่านอาจเกิดอาการเป็นเรื้อรัง ไม่สามารถหายขาดได้ ดังนั้น ท่านที่สงสัยหรือมีอาการใกล้เคียงดังที่กล่าวมา ควรพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

และแม้โรคนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย แต่จะส่งผลทางด้านความงามและด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยได้ ถ้าเป็นมากทั้งศีรษะ ผู้ป่วยบางท่านอาจพิจารณาใส่วิกผม เพื่อช่วยปิดบังโรคที่เกิดขึ้นได้” แพทย์หญิงวิสุทธิพา กล่าวทิ้งท้าย

การก้าวผ่านบาดแผลของความเจ็บป่วยนั้นว่ายากแล้ว แต่จะต้องก้าวข้ามม่านอารมณ์ที่เกิดจากคนที่ไม่เข้าใจนั้นยากกว่า ดังนั้น ความเข้าใจจากคนรอบข้างจึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ร่วมกับการเรียนรู้โรคที่ตนเป็นอยู่ ยอมรับและดูแลตนเองเป็นอย่างดี ถึงจะสามารถอยู่กับโรคได้ดุจแขกพิเศษอย่างแท้จริง

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ พร้อมปรึกษาเรื่องสุขภาพและความงามได้ที่โรงพยาบาลยันฮี โทร.1723 / Website : https://th.yanhee.net/ Line : yanhee Hospital หรือ ทาง Facebook : โรงพยาบาลยันฮี Yanhee Hospital

yanheehair02.jpg