อุตสาหกรรมเดินเรือมุ่งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาปี 2573 ว่าด้วยการใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์และยืดหยุ่น

รายงานฉบับใหม่ชี้ให้เห็นถึงความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในเป้าหมาย 5% ของอุตสาหกรรม รัฐบาลประเทศต่าง ๆ และการพัฒนาเชิงบวกที่ IMO

อุตสาหกรรมการเดินเรือกำลังดำเนินการเพื่อทำให้การปล่อยคาร์บอนทั้งหมดเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมีการเปิดตัวแผนปฏิบัติการล่าสุดในปีที่ผ่านมา เพื่อที่ภาครัฐและเอกชนจะได้ร่วมมือกันตลอดช่วงทศวรรษที่กำลังจะมาถึงนี้

รายงาน “Climate Action in Shipping Report – Progress towards Shipping’s 2030 Breakthrough” ฉบับแรก ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 กันยายน ในช่วงสัปดาห์ New York Climate Week ก่อนการประชุมสุดยอดประจำปี Global Maritime Forum Annual Summit ซึ่งจัดควบคู่ไปกับการประชุม Clean Energy Ministerial Global Clean Energy Forum ชี้ให้เห็นก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่ COP27 และให้ข้อมูลความคืบหน้าในปัจจุบัน พร้อมเน้นย้ำถึงจุดที่จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานและการร่วมมือกัน

ข้อมูลในรายงานบ่งชี้ถึง “ความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญจากภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลระดับประเทศ และการพัฒนาในเชิงบวกที่ IMO” แต่การเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเหล่านั้นให้กลายเป็นการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมจัดว่ามีความสำคัญต่อความก้าวหน้าขั้นต่อไป

การศึกษานี้นำโดย Katharine Palmer หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมเดินเรือประจำ UN High level Climate Champions และ Domagoj Baresic ที่ปรึกษา UMAS ซึ่งประเมินเป้าหมายการพัฒนาปี 2573 เทียบกับปัจจัยสำคัญสำหรับเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีและอุปทาน การเงิน นโยบาย อุปสงค์ และการดำเนินการภาคประชาสังคม

Getting to Zero Coalition ซึ่งเป็นความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมที่นำกลุ่มพันธมิตรกว่า 200 รายจากทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าในอุตสาหกรรมการเดินเรือ ร่วมกับ World Economic Forum และ Global Maritime Forum มีส่วนสนับสนุนในการประเมินความคืบหน้าของ 5 ปัจจัยสำคัญในแผนปฏิบัติการ และได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับสมาชิกกลุ่มพันธมิตรในกรุงโคเปนเฮเกนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อมูลสำคัญในอุตสาหกรรมสำหรับการบรรลุเป้าหมาย

ในแง่ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอุปทานของ SZEF (Scalable Zero Emission Fuels) รายงานดังกล่าวพบว่า การขนส่งทางเรือยังคง “เดินหน้าสู่ความสำเร็จเพียงบางส่วนเท่านั้น” โดยแม้ในปัจจุบันจะมีโครงการนำร่องและโครงการสาธิตด้านการขนส่งทางเรือเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนมากกว่า 200 โครงการที่กำลังดำเนินอยู่ และถูกประเมินตรวจสอบความคืบหน้าตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พลังงานและความปลอดภัยในระดับสากลก็ตาม การหันมาให้ความสำคัญด้านการผลิต การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ SZEF ได้กลายมาเป็นสิ่งที่จำเป็น จากเดิมที่เป็นเพียงการนำร่อง

จากการวิเคราะห์ของ UMAS คาดว่า อุตสาหกรรมจะต้องลงทุนประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2573 สำหรับการใช้พลังงานและการผลิตในรูปแบบ SZEF อีกทั้งรายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความตั้งใจด้านการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต SZEF

นอกจากนี้รายงานยังระบุด้วยว่า คำสั่งซื้อเรือประเภทที่รองรับ SZEF ควรมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่คาดการณ์ว่า ตลาดการขนส่งสินค้าทางเรือที่คาร์บอนเป็นศูนย์อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ในแง่ของนโยบาย ผู้เขียนกล่าวว่า สัญญาณนโยบายเชิงบวก เช่น ฉันทามติเกี่ยวกับการกำหนดราคาการปล่อยก๊าซ GHG ควรถูกบรรจุอยู่ในข้อตกลงในที่ประชุม IMO ในปี 2566 โดยปีหน้าถือเป็นโอกาสสำคัญก่อนมีการแก้ไข IMO’s Greenhouse Gas Strategy

Katharine Palmer หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมเดินเรือประจำ UN High level Climate Champions กล่าวว่า “เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2573 เราต้องการการดำเนินการระดับโครงการในระยะสั้นที่ครอบคลุมการดำเนินงานร่วมกันที่จับต้องได้ รายงานนี้ได้ทำหน้าที่รวบรวมความคืบหน้าอย่างตรงไปตรงมาซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามต่อไป ในช่วงก่อนถึงการประชุม COP27 นั้น สิ่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เพื่อเปลี่ยนภาระผูกพันและคำมั่นสัญญาเหล่านี้ให้เป็นการดำเนินการและแนวทางแก้ไข”

Domagoj Baresic ที่ปรึกษา UMAS กล่าวว่า “เพื่อทำให้อุตสาหกรรมการเดินเรือหยุดการปล่อยคาร์บอนได้นั้น เราต้องมีการดำเนินการหลายอย่างที่สามารถเพิ่มการผลิตและการนำเชื้อเพลิงที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์แบบปรับขนาดได้มาใช้ในอุตสาหกรรมในตอนนี้ รายงานนี้แสดงให้เห็นความคืบหน้าที่สำคัญเพื่อหยุดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการเดินเรือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติม พร้อมชี้ให้เห็นว่าขณะนี้เป็นเวลาที่จะเริ่มดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าภายในปี 2573 อุตสาหกรรมจะมุ่งหน้าในหนทางสู่การหยุดปล่อยคาร์บอนได้”

รายงานของ UMAS และ UN High level Climate Champions ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย Getting to Zero Coalition, Lloyd’s Register และ Mission Possible Partnership เกิดขึ้นหลังการเผยแพร่แผนปฏิบัติการในเดือนตุลาคม 2564 โดย UN Climate Change High Level Champions, UMAS และ Global Maritime Forum ว่าด้วยการดำเนินการและความสำเร็จในระยะสั้นที่ภาคธุรกิจและรัฐบาลสามารถรวมมือกันได้ โดยอิงจากแผนการพัฒนาปี 2573 ของ High-Level Climate Champions

PR_TH.jpg