Home PR News น้ำมันปลาช่วย...

น้ำมันปลาช่วยเสริมทักษะการแก้ปัญหาและสร้างสมาธิในเด็ก

ข้อมูลจากงานวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) ที่นำเสนอวันนี้ในงาน World Congress of Paediatric Gastroenterology, Hepatology and Nutrition ครั้งที่ 6 ระบุว่า เด็กที่มารดารับประทานน้ำมันปลาในช่วงตั้งครรภ์มีทักษะการแก้ปัญหาที่รวดเร็วและมีสมาธิจดจ่อดีกว่าเมื่ออายุ 10 ขวบ

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาวิจัยระยะยาวครั้งแรกเกี่ยวกับผลของสารอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลาและ/หรือสาร 5-MTHF (กรดโฟลิก) ที่มารดาได้รับขณะตั้งครรภ์ที่มีผลต่อการทำงานของเซลล์ประสาทในระยะพัก (Resting state) ในเด็กวัยเรียน ระหว่างที่เด็กไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาเรียนหรือทำกิจกรรม

ศาสตราจารย์นายแพทย์ Berthold Koletzko หัวหน้าแผนกเมแทบอลิกและโภชนวิทยาทางการแพทย์ โรงพยาบาลเด็ก Dr. von Hauner แห่งมหาวิทยาลัย University of Munich Medical Centre ประเทศเยอรมนี หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยอธิบายว่า “ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า คุณภาพของสารอาหารที่แม่ตั้งครรภ์ได้รับในช่วงเริ่มแรกที่สมองของเด็กมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วนั้น จะส่งผลระยะยาวต่อการทำงานของสมองเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน ดังนั้น มารดาในช่วงก่อนและขณะตั้งครรภ์จึงควรได้รับสารอาหารที่ดี รวมถึงรับคำแนะนำในการรับประทานน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริม”

ศาสตราจารย์ Christina Campoy ผู้ประสานงานการวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์วิจัย EURISTIKOS Excellence Centre for Paediatric Research แห่งมหาวิทยาลัยกรานาดา ประเทศสเปน กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานวิจัยของเรามีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า เด็กที่มารดารับประทานน้ำมันปลาในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์มีความจำที่ดีกว่า”

งานวิจัยดังกล่าวได้ติดตามผลในเด็ก 57 คนที่มารดาได้เข้าร่วมโครงการวิจัยก่อนหน้านี้ โดยมารดาได้รับประทานน้ำมันปลาที่มีกรดโดโคซาเฮกซะอีโนอิก (DHA) 500 มิลลิกรัม และกรดอีโคซาเพนตะอีโนอิก (EPA) 150 มิลลิกรัมต่อวัน โดยอาจให้สาร 5-MTHF (กรดโฟลิก) 400 ไมโครกรัม, กรดโฟลิกอย่างเดียว หรือยาหลอกร่วมด้วยในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์

ศาสตราจารย์ Magnus Domelloef ประธานคณะกรรมการด้านโภชนาการของ ESPGHAN ให้ความเห็นว่า “ผลลัพธ์จากงานวิจัยชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลด้านโภชนาการตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งครรภ์อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ซึ่งมีแนวโน้มช่วยเสริมศักยภาพด้านการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น เราหวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ของงานวิจัยนี้ที่ได้จากการทดลองเพิ่มเติมในขั้นอื่นๆ ด้วย”

PR-News1.jpg